เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน
ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ยืนยันลูกทีมรับแรงกดดันจากแฟนบอลกว่า 6 หมื่นคนในสนาม คิง ฟาฮัด สเตเดียม ได้แน่ ในการพบ ซาอุดีอาระเบีย เกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่กรุงริยาด วันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.)
ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งไปเก็บตัวที่กาตาร์ เป็นเวลา 8 วัน เดินทางถึงกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 29 ส.ค. และเริ่มต้นฝึกซ้อมเป็นครั้งแรกที่ อัล ริยาด คลับ วานนี้ (30 ส.ค.) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดแรก ที่สนามคิง ฟาฮัด สเตเดียม ในวันที่ 1 ก.ย.
ภายหลังเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม โดยส่วนใหญ่เน้นไปในเรื่องการทบทวนแท็กติกทั้งเกมรุกและเกมรับ รวมถึงการเช็กความฟิตของผู้เล่นแต่ละคน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้กล่าวถึงสภาพความพร้อมล่าสุดของขุนพล “ช้างศึก” ว่าสมบูรณ์ดี เนื่องจากมีเวลาวางแผน และเตรียมทีมกันมาพอสมควร โดยทาง ซาอุดีอาระเบีย ได้ให้คิวสำหรับการซ้อมทั้งสิ้น 2 ครั้ง ส่วนสิ่งที่แตกต่างจาก กาตาร์ คือสภาพอากาศ เพราะอุณหภูมิค่อนข้างสูงกว่าประมาณ 2 องศาเซลเซียส โดยคาดว่าน่าจะสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียสด้วยกัน แต่คิดว่านักเตะได้ปรับตัวมาพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ตาม “โค้ชโก้” ยืนยันว่าไม่ต้องการให้โฟกัสกับสภาพอากาศมากนัก โดยจะพยายามนำประสบการณ์ที่ตนได้มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะมาปรับใช้ในการเตรียมทีมด้วย
สำหรับกรณีที่ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นพยายามแรงกดดันให้นั้น หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยืนยันว่าให้เกียรติคู่แข่งทุกทีม และเห็นว่าเกมกับ ซาอุดีอาระเบียมีความสำคัญ เพราะเป็นทีมที่แกร่งและจะพยายามทำให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับการต้องลงเล่นต่อหน้าแฟนบอล 6 หมื่นคนในสนามคิงฟาฮัดนั้น อาจจะมีแรงกดดันบ้าง แต่นักเตะชุดนี้หลายคนก็เคยผ่านประสบการณ์ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลนับแสนคนที่มาเลเซียมาแล้ว
ทีมชาติไทย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ ซาอุดีอาระเบีย, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, ยูเออี และ อิรัก ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 3 โดยทีมที่มีผลงานดีที่สุดในการพบกันหมด อันดับ 1 และ 2 จะได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายที่รัสเซียโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมอันดับ 3 จะต้องไปเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 ของกลุ่มเอ เพื่อหาทีมไปเพลย์ออฟระหว่างโซนกับตัวแทนจากคอนคาเคฟต่อไป





