วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

The Inside Line : สนามแก้มือ

รู้ไหมครับว่าตั้งแต่วันเสาร์ ที่ผ่านมาจนถึง 11 ก.ย.

 นักปั่นอาชีพกำลังลงแข่งสนามแกรนด์ทัวร์ (รายการแข่งจักรยานที่ยาวต่อเนื่องสามสัปดาห์) สนามสุดท้ายของปีในประเทศสเปน ใช่แล้ว ผมกำลังพูดถึง Vuelta a Espana (วูเอลตา อา เอสปันญา) หรือเรียกง่ายๆ ว่า Tour of Spain

ในแต่ละปี มีการแข่งระดับแกรนด์ทัวร์ เพียงแค่สามครั้งเท่านั้น ครั้งแรกคือ Giro d’Italia หรือ Tour of Italy ในอิตาลี ช่วงเดือนพ.ค. สนามที่สอง ช่วงเดือนก.ค. คือ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ที่เรารู้จักกันดี และสนามสุดท้ายเริ่มประมาณปลายเดือนส.ค.คือ Tour of Spain

แน่นอนว่าระหว่างการแข่งสนามใหญ่ทั้งสามสนาม ที่เราเปรียบให้เป็น “แกรนด์สแลม” ของวงการจักรยาน ยังมีสนามเล็กๆ อีกมากมาย แต่อาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่เมื่อพูดถึงแกรนด์ทัวร์ด้วยกันเอง วูเอลตา กลับเป็นรายการที่ทั้งคนดู และนักปั่นตัวเต็งดูจะสนใจน้อยที่สุด

ในวงการ เราเรียก วูเอลตา ว่า “สนามแก้มือ” นั่นคือเป็นสนามแข่งที่บรรดาตัวเต็งที่หวังแชมป์ใน จิโร ดิตาเลีย หรือ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ใช้แก้มือ หากทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ อาจจะเพราะฟอร์มตกหรือบาดเจ็บ เป็นโอกาสสุดท้ายของปีก็ว่าได้ที่จะคว้าผลงานใหญ่ เช่น คริส ฟรูม ในปี 2014 และ ไนโร คินทานา/อัลเบอร์โต คอนทาดอร์ ในปีนี้

มุมมองที่มีต่อ วูเอลตา เพียงเท่านี้ ก็พอจะเห็นชัดว่า มันไม่ได้ถูกจัดระดับความสำคัญเทียบเท่าแกรนด์ทัวร์รายการอื่นๆ ว่ากันตามตรงแล้ว มีนักปั่นระดับท็อปน้อยคนมาก ที่ตั้งเป้าหมายจะคว้าแชมป์ วูเอลตา โดยมากเป็นแกรนด์ทัวร์ที่แต่ละทีมจัดนักปั่นชุดบีหรือซี ที่ไม่ได้แกร่งเหมือนทีมที่ใช้ลง ตูร์ มาทำผลงานหรือเก็บประสบการณ์

สำหรับ วูเอลตา ปีนี้ ก็ยังเข้าอีหรอบเดิม นักปั่นแต่ละคนที่มาลง ดูจะต้องการ “แก้มือ” และทีมส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้ส่งนักปั่นที่แข็งแกร่งที่สุดมาลงสนาม ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย เพราะเส้นทางแข่งขันใน วูเอลตา ดูน่าสนุกกว่า แกรนด์ทัวร์ ทั้งสองรายการก่อนหน้านี้ ด้วยเส้นชัยบนยอดเขาสูงชันถึง 10 สเตจ จากทั้งหมด 21 สเตจ มีความหลากหลายท้าทาย ไม่เป็นสูตรเส้นทางแข่งตายตัวเหมือนใน ตูร์ ที่เริ่มสัปดาห์แรกด้วยสเตจทางราบ และรวบสัปดาห์ที่สองและสามด้วยสเตจภูเขา

ใน วูเอลตา ปีนี้ ผู้จัดวางสเตจภูเขาไว้ตั้งแต่สัปดาห์แรก เปิดโอกาสให้ม้ามืดหลายคนได้ชิงทำผลงานแต่เนิ่นๆ บวกกับการที่ทีมใหญ่ๆ ไม่ได้เอานักแข่งชุดเอมาลง ก็ทำให้คาดเดาผู้ชนะได้ยาก

แต่ความจริงของการแข่งขันจักรยานที่เป็นกีฬาเอนดูรานซ์ ต้องปั่นกันต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งฤดูกาล กลับเป็นดาบสองคม และเป็นผลร้ายต่อสนามแข่งที่อยู่ช่วงท้ายปีครับ

ถึงผู้จัด วูเอลตา จะพยายามคิดค้นเส้นทางให้น่าสนุกแค่ไหน สุดท้ายนักปั่นก็ไม่สามารถวางมันให้เป็นเป้าหมายใหญ่ได้อยู่ดี เมื่อสนามที่เกียรติและศักดิ์ศรีสูงกว่าอย่าง ตูร์ เดอ ฟรองซ์ เริ่มแข่งก่อน หลายคนก็เลือกที่จะเก็บแรง สร้างฟอร์มไว้ทำผลงานรายการใหญ่ทีเดียว ถ้าไม่เวิร์กค่อยมาแก้มือใน วูเอลตา แต่ละทีมก็ไม่ได้มีนักปั่นและงบประมาณเยอะขนาดที่จะฟิลด์สนามด้วยตัวเต็งทุกๆรายการ ก็ต้องเลือกเก็บตัวเก่งๆ ไว้ใช้ในสนามที่สำคัญกว่าอยู่แล้ว

ช่วงหลังมานี้เลยมีความพยายามที่จะปฏิวัติรูปแบบการแข่งขัน ลดระยะเวลาแข่งในแกรนด์ทัวร์ให้น้อยลง เพื่อให้นักปั่นได้ลงสนามมากขึ้น ด้วยฟอร์มที่พร้อมแข่งระดับสูงสุดตลอดทั้งปี แต่ก็ดูจะยังไม่เป็นผล เพราะทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ เพิ่งประกาศเพิ่มสนามแข่งในปฏิทินปีหน้าอีกกว่า 10 รายการให้เป็นรายการบังคับ ที่ทีมดิวิชันหนึ่งต้องลง หลายทีมก็ต่อต้านและยังไฟท์กันอยู่จนถึงวันนี้ 

ถ้าไม่มีการปรับแก้ปฏิทินอีกครั้ง ก็เชื่อได้เลยว่า วูเอลตา ในปีหน้าจะยิ่งมีนักปั่นเก่งๆ มาลงน้อยกว่าเดิมครับ เพราะคงเหนื่อยกรอบกันตั้งแต่เดือนก.ค.แล้ว