ชาวบ้านรวมตัวกว่า 100 คน วอนนายกฯทบทวน ม. 44 รื้อถอนบ้านพักรีสอร์ทที่รุกที่ป่าสงวน ในพื้นที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ จนเกิดความวุ่นวาย
หลังนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รื้อถอนบ้านพักรีสอร์ทที่รุกที่ป่าสงวนและที่ของทางราชการ ในพื้นที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ปรากฎว่าวานนี้เกิดความวุ่นวายขึ้นเนื่องจากมีกลุ่มชาวม้งภูทับเบิกกว่า 100 คน รวมตัวปิดถนนทางขึ้นลงไม่ให้เจ้าหน้าที่รื้อรีสอร์ทลงเขาพร้อมวอนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทบทวนคำสั่งมาตรา 44 ด้วย
หลังเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปฏิบัติการรื้อถอนรีสอร์ทเป็นวันที่ 2 คือสานฝันรีสอร์ทและคานาอันรีสอร์ท ในขณะที่ปฏิบัติการรื้อถอนโรงเตี๊ยมรีสอร์ทก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องแต่ปรากฎว่ามีกลุ่มชาวม้งกว่า 100 คน ได้รวมตัวกันปิดถนนไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่มารื้อบ้านพักรีสอร์ทลงจากภูทับเบิกโดยจำนวนหนึ่งนำสิ่งของขอนไม้มาวางขวางทางปิดถนนจุดบริเวณทางขึ้นจุดชมวิวจุดสูงสุดของภูทับเบิกเพื่อห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้า - ออก และกดดันให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติการดังกล่าว
เมื่อสอบถามถึงสาเหตุการรวมตัวต่อต้านปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ร้อยตรีทศพล โรจน์ธนากร บอกว่า ตนเป็นชาวเขาเผ่าม้งอาศัยอยู่ในพื้นที่ภูทับเบิกมาตั้งแต่เกิด ได้ร่วมกับพี่น้องอีก 2 คน รวมทั้งพ่อ ได้ไปกู้หนี้ยืมสินมาสร้างรีสอร์ท บ้านพัก ร้านกาแฟ รวม 16 หลัง ในพื้นที่ของตนเองซึ่งรัฐจัดสรรให้ 2 ไร่ แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่สั่งดำเนินคดีและให้รื้อรีสอร์ท แต่ตนก็ไม่รื้อเนื่องจากว่าบ้านอยู่ตรงนี้หากรื้อแล้วก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เงินลงทุนก็เสียหายแถมยังมีหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนคำสั่งรื้อถอนรีสอร์ตของพวกตน
เช่นเดียวกับ นายมงคล แซ่เถาว์รัตนกูล ที่มีบ้านพักหรือรีสอร์ทที่จะต้องถูกทุบแต่ยังไม่ถึงคิว บอกว่าได้ความกดดันจากป่าไม้เป็นอย่างยิ่ง เดิมทำกะหล่ำปลีแต่พอรัฐบอกว่าเป็นผักสารเคมี เลยหันมาประกอบกิจการรีสอร์ทกลับกลายเป็นรุกป่าและลุ่มน้ำจึงร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อนายกฯเพื่อให้ทบทวนคำสั่งมาตรา 44 เนื่องจากเราชาวม้งกำลังได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง อย่างไรก็ตาม ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้ากำลังเข้าเจรจากับกลุ่มดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกระดมกำลังเสริมจากพื้นราบขึ้นไปเพื่อระงับเหตุการณ์





