วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไผ่ ดาวดิน' ยันอดข้าวจนครบกำหนดฝากขังผลัดแรก

“ไผ่ ดาวดิน” ผู้ต้องหาในคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ยันอดหารจนกว่าจะครบกำหนดฝากขังผลัดแรก

จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูเขียว จ.ชัยภูมิ ควบคุมตัวนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาขออำนาจศาลจังหวัดภูเขียวในการฝากขัง เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาศาลได้อนุญาตให้ฝากขังนายจตุภัทร ที่เรือนจำอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 – 19 สิงหาคม 2559 เพื่อสะดวกในการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งนายจตุภัทร ได้แสดงเจตจำนงไม่ขอประกันตัวและประกาศอดอาหารประท้วงตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

และเข้าสู่การอดอาหารเป็นวันที่ 10 ในวันนี้ ผลจากการอดอาหารต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันทำให้นายจตุภัทร มีอาการไข้สูงและปวดตามตัวโดยเฉพาะเมื่อวานนี้ ซึ่งมารดาได้ประสานทางเรือนจำอำเภอภูเขียวเพื่อนำตัวไปรักษาที่ รพ.ภูเขียว แต่ได้รับแจ้งจากผู้บัญชาการเรือนจำภูเขียวว่ายังไม่สามารถนำตัวออกมาได้ เพราะจะต้องรอให้แพทย์เข้าไปตรวจดูอาการก่อน และมีคำแนะนำว่าให้ครอบครัวประกันยื่นประกันตัวนายจตุภัทรออกไปรักษา แต่ทางครอบครัวยืนว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการนำตัวออกไปรักษาไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการประกันตัวเท่านั้น

ล่าสุดวันนี้ นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา พ่อของนายจตุภัทร บอกว่า ขณะนี้ทางเรือนจำได้นำตัวลูกชายออกจากที่คุมขังมารักษาที่ห้องพยาบาลของในเรือนจำแล้ว หลังจากที่เมื่อวานนี้มีอาการไข้ขึ้น โดยอาการตอนนี้ดีขึ้นแล้วแต่ยังต้องรอดูอาการที่ห้องพยาบาล และวันนี้นางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของนายจตุภัทรพร้อมด้วยกลุ่มชาวบ้าน ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมที่เรือนจำอำเภอภูเขียว ซึ่งลูกชายยังคงยืนยันที่จะอดอาหารต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดการฝากขังผลัดแรกในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีก 3 วัน ก็จะครบกำหนดตามที่ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สภ.ภูเขียว ที่ระบุว่า การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการขอฝากขังเป็นผลัดที่ 2 ซึ่งมีระยะเวลา 12 วัน โดยตนในฐานะพ่อก็จะขอใช้สิทธิคัดค้านการฝากขังเช่นเดิม ส่วนลูกชายจะอดอาหารต่อไปอีกหรือไม่ยังไม่แน่ชัด เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาเอง 

“สิ่งที่ไผ่ทำอยู่คือการอดอาหารประท้วง หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่เสียเวลา ก็แล้วแต่มุมมองว่าใครจะคิดแบบไหน แต่เรามองว่าสิ่งที่ไผ่กำลังทำอยู่คือเขาต้องการแสดงให้เห็นอะไรบางอย่างในกระบวนการยุติธรรม หลายคนคิดว่าเขาแพ้ แต่ไม่ใช่ เขาต่างหากที่เป็นเป็นฝ่ายชนะ” นายวิบูรณ์ กล่าว