วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กก.วิสามัญพิจารณางบกทม.ปี 60 เตือนของบฯคุ้มค่า-จำเป็น

กก.วิสามัญพิจารณางบกทม.ปี 60 เตือนฝ่ายบริหารของบคุ้มค่า-จำเป็น คาดชงเข้าวาระสอง 31 ส.ค.นี้

นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สมาชิกสภากทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ให้สัมภาษณ์“สำนักข่าวเนชั่น” ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จำนวน 76,000 ล้านบาท

ตามที่ฝ่ายบริหารขอจัดสรรตั้งงบประมาณของหน่วยงานในสังกัด ว่า ขณะนี้คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณาหน่วยงานแล้ว 9 สำนัก และ 17 สำนักงานเขต โดยในส่วนของสำนักงานเขตไม่มีการตัดงบประมาณ เพราะต้องให้โครงการที่เสนอมาส่งผลถึงประชาชนมากที่สุด ส่วน 9 สำนักที่มีการของบประมาณรวม 23,892 ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการฯได้ทำการพิจารณาถึงความคุ้มค่า ความสอดคล้อง และไม่ซ้ำซ้อนในโครงการเดิมที่เคยของบประมาณมาแล้ว จึงได้ทำการปรับตัดและปรับลดงบประมาณบางโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็น จำนวน 1,869 ล้านบาท เหลือจำนวน 22,023 ล้านบาท

นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ส่วนสำนักที่มีการปรับลดงบประมาณอันดับต้นๆ ประกอบด้วย สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางโครงการไม่มีความคืบหน้า ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการที่เป็นงบประมาณผูกพัน ซึ่งพบว่าปีที่ผ่านมาได้ขอไปแล้ว แต่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 มีการขอเพิ่ม ที่สำคัญโครงการที่ของบประมาณผูกพัน 3-5 ปีทั้งที่ฝ่ายบริหารจะหมดวาระในเดือนมี.ค.2560 ทำให้คณะกรรมการวิสามัญฯ จำเป็นต้องมีการตัดงบประมาณบางโครงการออกไป แต่หากโครงการใดมีความจำเป็นก็ขอให้เสนอมาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการวิสามัญฯ มีทั้งหมด 36 คนแบ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ 27 คนและฝ่ายบริหาร 9 คน ก็มีการโหวตเพื่อขอมติจากที่ประชุมในการพิจารณางบประมาณแต่ละหน่วยงาน ซึ่งบางโครงการที่มีการจัดงบประมาณ ฝ่ายบริหารก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัดงบประมาณออกไปด้วย

นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า หากจะยกตัวอย่างการลงพื้นที่ของคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่จะใช้ดำเนินงาน อาทิ โครงการพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทยของสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว(สวท.) นั้น พบว่ามีอาคารเดิมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นอาคารของพิพิธภัณฑ์เด็กแห่งที่ 1 (จตุจักร) คณะกรรมการวิสามัญฯจึงมีความเห็นว่าโครงการนี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินงานกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งจะขอจัดสรรงบประมาณเป็นงบผูกพัน โดยในปี 2560 สวท.ได้ขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการ 40 ล้านบาท แต่สภากทม.ยังไม่อยากให้ดำเนินโครงการที่มีการตั้งงบผูกพัน เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนคณะผู้บริหารชุดนี้ก็จะหมดวาระการทำงาน ทำให้การดำเนินโครงการอาจไม่ต่อเนื่อง และอาจเป็นภาระของคณะผู้บริหารกทม.ในชุดต่อไป จึงอยากให้งบประมาณที่มีอยู่ถูกจัดสรรให้กับโครงการที่เร่งด่วนและจำเป็นต่อประชาชนอย่างแท้จริง

“ในวันที่ 18-19 ส.ค. คณะกรรมการวิสามัญฯจะทบทวนโครงการที่มีการแขวนไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนวันที่ 20-21 ส.ค. คณะกรรมการวิสามัญฯจะเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานเข้ามาชี้แจงโครงการและงบประมาณที่ขอเพิ่มเติม จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 31 ส.ค. แต่ทางคณะกรรมการวิสามัญฯขอให้ฝ่ายบริหารพิจารณาการของบประมาณที่จำเป็นให้มากที่สุดด้วย” นายนิรันดร์ กล่าว