แม่ร้อง “ปวีณา”ช่วยลูกสาวถูกหลอกบังคับค้ากามที่เกาหลี เร่งประสาน ตท.คุยตำรวจสากลช่วยส่งกลับไทยให้ปลอดภัย
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมญาติหญิงสาวที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ เดินทางเข้าพบกับ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบก.ตท.) เพื่อประสานงานการช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณี จำนวน 2 ราย ให้เดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ก่อนจะร่วมกันแถลงการให้ความช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์
นางปวีณา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก วันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา นางแดง (นามสมมติ) ได้เดินทางจาก จ.ชลบุรี เข้าร้องทุกข์มูลนิธิฯ ตั้งอยู่เลขที่ 84/14 ม.2 ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อขอให้ช่วยเหลือ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นลูกสาว เนื่องจากถูกเพื่อนหลอกไปทำงานที่เมืองแทกู(Daegu) ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ค้าประเวณี ตลอด 24 ชั่วโมงจนอวัยวะเพศฉีกขาด ต้องเจ็บปวด ทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ จึงอยากขอให้ทางมูลนิธิฯ ช่วยเหลือนำตัวกลับไทยเป็นการด่วน โดยนางแดงได้ต่อสายโทรศัพท์ให้ตนสอบถามรายละเอียดจาก น.ส.เอ จนทราบว่า น.ส.เอ ถูกบังคับค้าประเวณี อยู่ที่เมืองแทกู ห่างจากกรุงโซล(Seoul) หากเดินทางระหว่างสองเมืองนี้จะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง และทันทีที่ทราบเรื่องพร้อมกับมีข้อมูลพิกัดที่อยู่ จึงได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.อภิชาติ และยังได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ช่วยเหลือเหยื่อให้เร็วที่สุดอีกทางหนึ่ง โดย พล.ต.ต.อภิชาติ ก็ได้ประสานไปยังตำรวจสากลประเทศเกาหลีใต้ให้เข้าช่วยเหลือโดยด่วนทันทีที่ได้รับข้อมูลเช่นกัน
นางปวีณา กล่าวอีกว่า ต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม นางแดงได้โทรศัพท์มาหาพร้อมกับแจ้งว่า น.ส.เอ ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่สนามบินปูซาน (Pusan) บริเวณชั้น 2 อาคาร 2 ซึ่งนางแดงระบุด้วยว่า น.ส.เอ รู้สึกหวาดกลัวมากในตอนนี้ ต้องการความช่วยเหลือด่วน ตนจึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังสถานทูตไทยประจำเกาหลีใต้ แต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเปิดทำการ ทำให้ติดต่อไม่ได้ จากนั้นได้โทรศัพท์ไปหา พล.ต.ต.อภิชาติ เพื่อขอให้ช่วยประสานให้ตำรวจสากลประเทศเกาหลีใต้เข้าช่วยเหลือด่วน ขณะเดียวกันก็บอกให้นางแดง ไลน์บอก น.ส.เอ ว่า อย่าออกไปไหน ให้อยู่ที่เดิม ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนที่ประเทศเกาหลีใต้จะเป็นเวลา 10.00 น. ก่อนที่ในเวลาต่อมาทาง พล.ต.ต.อภิชาติ ก็โทรศัพท์กลับมาบอกว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศเกาหลีได้ช่วยเหลือและนำตัว น.ส.เอ ไปยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว
นางปวีณา ยังเปิดเผยอีกว่า นอกจากการขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิฯของญาติ น.ส.เอ แล้ว ยังมีกรณีคล้ายกันที่หญิงไทยได้ร้องขอความช่วยเหลือ โดยวันที่ 30 กรกฎาคม น.ส.บี (นามสมมติ) ได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือมาทางเฟซบุ๊กของมูลนิธิฯ โดยส่งรายละเอียดที่อยู่ครบถ้วน ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา น.ส.บี ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่เมืองเคียงจู(Kwangju) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ ตนจึงประสานงานขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.อภิชาติ กระทั่งตำรวจสากลประเทศเกาหลีใต้ได้ให้การช่วยเหลือ ก่อนจะรับตัว น.ส.บี ไปอยู่ในความดูแลของตำรวจสากลที่กรุงโซล
“กระทั่งวันพุธ ที่ 3 ส.ค. ดิฉัน และ พล.ต.ต.อภิชาติ ได้ประชุมเตรียมการเดินทางไปให้ความช่วยเหลือรับตัว น.ส.เอและน.ส.บี กลับประเทศไทย โดยจะขอให้ตำรวจสากลประเทศเกาหลีใต้ เร่งจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ที่หลอกลวงหญิงไทยมาบังคับค้าประเวณี ซึ่งนับวันจะทวีคูณมากขึ้น ต่อมาวันที่ 4 ส.ค. เวลาประมาณ 15.30 น. นางแดง แม่ของ น.ส.เอ ได้โทรศัพท์มาหาดิฉัน บอกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสากลประเทศเกาหลีใต้จะให้ น.ส.เอ กลับแล้ว โดยจะส่งขึ้นรถไฟจากเมืองแทกู เพียงลำพังคนเดียว เพื่อมายังสถานทูตไทยที่กรุงโซล ซึ่งใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ทำให้ น.ส.เอ รู้สึกกลัวมาก ไม่กล้าเดินทางไปคนเดียว เพราะกลัวขบวนการค้ามนุษย์จับตัวระหว่างเดินทางบนรถไฟ
เพราะ น.ส.เอ รู้มาว่าขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายและอิทธิพลมาก ดิฉันจึงตัดสินใจประสานไปยัง นายธาตรี เชาวชดา ผอ.กองคุ้มครองและดูแลผลประโยนช์คนไทยในต่างแดน กระทรวงการต่างประเทศ ให้ติดต่อสถานทูตไทยประจำประเทศเกาหลีใต้ เพื่อให้ช่วยรับตัว น.ส.เอ ที่เมืองแทกู มายังสถานทูตไทยที่กรุงโซล พร้อมกับประสานไปยัง พล.ต.ต.อภิชาติ แจ้งกับตำรวจสากลประเทศเกาหลีใต้ ขอให้ดูแล น.ส.เอ ไว้ก่อน จนกว่าจะมีเจ้าหหน้าที่สถานทูตมารับ จนในเวลาต่อมา น.ส.เอ ได้ส่งไลน์บอกกับนางแดงว่า ขอให้ดิฉันเดินทางไปรับตนด้วยตัวเอง เพราะ น.ส.เอ รู้สึกไม่ปลอดภัยและหวาดกลัวมาก” นางปวีณา กล่าว
นางปวีณา กล่าวต่อว่า มีขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ กลับมาหลอกหญิงไทยไปยังประเทศต่างๆเพิ่มขึ้น จากสถิติในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ รับเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกหลอกไปค้าประเวณีที่ต่างประเทศจำนวน 18 ราย ประเทศบาเรนห์ 11 ราย ประเทศมาเลเซีย 4 ราย ประเทศเกาหลีใต้ 2 ราย ฮ่องกง 1 ราย และค่ำวันนี้(5 ส.ค.) เวลา 19.35 น. ผู้เสียหายจากประเทศบาเรนห์จะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ส่วนอีกราย กระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรแจ้งว่า จะส่ง น.ส.เอ ที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ที่ประเทศเกาหลีใต้เดินทางกลับถึงประเทศไทย เวลาเที่ยงคืน เที่ยวบินที่ 7C 2251 สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตนจะเดินทางไปรับ น.ส.เอ ที่สนามบินด้วยตนเอง
ด้าน นางแดง บอกว่า เดิมทีลูกสาวของตนทำงานเป็นพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ซึ่งยังไม่มีครอบครัว ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ลูกสาวได้มาบอกกกับตนว่าจะเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีคนไทยแนะนำไปทำโรงงานอิเล็กทรอนิคส์ ซึ่งมีกำหนดการเดินทางไปในคืนที่ 28 กรกฎาคม โดยขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง และด้วยเวลาที่กระชั้นชิดมากตนจึงไม่ได้สอบถามอะไรมากมายกับลูกสาว กระทั่งต่อมาช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม เวลาประมาณ 06.30 น. ลูกสาวได้ไลน์มาแจ้งว่า ขอให้ช่วยเหลือด้วย เพราะถูกหลอกให้มาทำงาน โดยถูกบังคับค้าประเวณี ทุกข์ทรมานมาก เนื่องจากถูกบังคับให้บริการแขกทั้งวันทั้งคืนตลอด 24 ชั่วโมง จนอวัยวะเพศและทวารหนักฉีกขาด
ขณะที่ พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามชาติ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือหลายฝ่าย ซึ่งตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตนเชื่อว่าการล่อลวงผู้หญิงไทยไปค้าประเวณีในต่างประเทศมีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ส่วนจะคนกลุ่มไหนนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าตนและ นางปวีณา จะเดินทางไปหารือกับตำรวจสากลประเทศเกาหลีเพื่อแก้หาทางแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามชาติต่อไป




