ป.ป.ส.จับเครือข่ายยาเสพติดแอฟริกัน ซุกไอซ์ 5 กก. มูลค่า 15 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ในกล้อง CCTV ลอบขนเข้ามาในไทย
นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รอง ผบช.ปส. และกรมศุลกากร ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 3 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายฟิลลิป อาตูมอนเย่ อายุ 41 ปี ชาวไนจีเรีย น.ส.จุฬีพรรณ แสนเวียง อายุ 35 ปี และนายมูฮัมมัด ฟะห์มันตาหยง อายุ 22 ปี เครือข่ายยาเสพติดแอฟริกันตะวันตก ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ ซุกซ่อนในกล้องบันทึกภาพวีดีโอ(CCTV) ซึ่งถูกส่งมาจากนครกวางโจ สาธารณะรัฐประชาชนจีน
นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 10.00 น. ชุดปฏิบัติการของป.ป.ส. ได้ตรวจยึดไอซ์ น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนอยู่ในกล้องบันทึกภาพวีดีโอ (CCTV) บรรจุอยู่ในกล่องพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ ซึ่งถูกส่งมาจากนครกวางโจว มายังบริษัทขนส่งในพื้นที่กรุงเทพ จึงได้วางแผนขยายผลจับกุม จากการสืบสวนนางสาวจุฬีพรรณ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ตัวเองได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 40,000 บาท เพื่อมารับพัสดภัณฑ์ดังกล่าว ไปส่งให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นชายแอฟริกันตะวันตก จากนั้นเวลาประมาณ 15.30 น. ชุดปฏิบัติการได้ขยายผลไปจับกุมนายฟิลลิป ที่เป็นผู้สั่งยาเสพติดได้บริเวณอพาร์ทเมนท์ เขตวัฒนา กรุงเทพ ทั้งนี้ นายฟิลลิป ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยด้วยวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว โดยแหล่งพักยาเสพติดส่วนใหญ่มักจะอยู่ในย่านที่ชาวแอฟริกันอาศัยอยู่ เช่น สุขุมวิท พระโขนง นานา ลาดพร้าว
นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทราบว่า ยาไอซ์ที่ถูกนำเข้ามายังประเทศไทย จะถูกส่งต่อไปยังลูกค้าในประเทศออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ และบางส่วนจะจำหน่ายให้ลูกค้าชาวไทยและต่างชาติในประเทศไทยด้วย และจากการที่ป.ป.ส. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ให้สกัดกั้นยาเสพติดภายในท่าอากาศยานอย่างเข้มข้น ทำให้กลุ่มผู้ค้าหันมาใช้เส้นทางทางบกแทน โดยกรณีนี้สินค้าได้ออกจากกวางโจว มายังเส้นทางขนส่งประเทศเวียดนาม กัมพูชา ลาว ก่อนจะเข้าถึงไทย
ด้าน พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ปส. กล่าวว่า เครือข่ายยาเสพติดที่เป็นชาวแอฟริกัน จะไม่เหมือนกับเครือข่ายยาเสพติดประเภทอื่น เนื่องจากการเดินทางเข้ามาในไทยจะกระจายตัวกันมา ไม่ได้เข้ามาเป็นกลุ่ม ทำให้ติดตามจับกุมได้ยาก และส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบนักท่องเที่ยวและเรียนภาษา เรียนศิลปะป้องกันตัว ไม่ได้ทำงานอะไร แต่จะมีหน้าที่กระจายยาเสพติดไปยังต่างประเทศ พร้อมกับตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งแล้วหาลูกน้องเป็นคนไทย โดยเจาะกลุ่มหญิงไทยเป็นส่วนใหญ่ มีการทำงานเป็นกองทัพมด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนขยายผลต่อไป




