วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้เป้าล่าอีก7คน! ร่วมขบวนการ 'หญิงไก่' จ่อโผล่อีก5คดีฉาว

"ทนายสงกานต์" นำเหยื่อร้องกองปราบฯถูกตร.ปลอมลายเซ็น พร้อมชี้เป้าล่าอีก7คน ส่อร่วมขบวนการ "หญิงไก่" จ่อโผล่อีก5คดีฉาว

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมด้วย น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือก้อย นายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื่อง พ่อ-แม่ก้อย น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือมีน นางสุกัลยา ศิริม่วง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีที่นางสุกัลยา ถูกปลอมลายเซ็นในสำนวนการสอบสวน เมื่อครั้งนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ แจ้งความในข้อหา “ลักทรัพย์นายจ้าง” ท้องที่ สน.ประชาชื่น เมื่อเดือน ธันวาคม 2558

นางสุกัลยา เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการประกันตัวชั่วคราวออกจากเรือนจำ ได้บอกกับนายสงกานต์ว่า ระหว่างอยู่ในเรือนจำนั้น ได้มีพนักงานสอบสวนเข้าไปในเรือนจำ เพื่อให้เซ็นชื่อในสำนวน 2 ครั้ง แต่ตนปฏิเสธ นายสงกานต์จึงไปขอศาลคัดลอกสำนวนในคดีดังกล่าวมาตรวจสอบ เมื่อตรวจดูก็พบว่า ลายเซ็นหลายส่วนในสำนวนคดีดังกล่าว ไม่ใช่ลายเซ็นของตน มีเพียงแค่ 2 แผ่นเท่านั้น ที่เป็นลายเซ็นตน คือ แผ่นที่เขียนรับสารภาพและลงลายเซ็นที่สน.ประชาชื่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ตนไม่เคยเห็นสำนวนดังกล่าวมาก่อน ไม่ว่าจะในชั้นสอบปากคำ หรือชั้นศาล

นายสงกานต์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนในขณะนั้น ตำรวจยศร.ต.ท. ตำแหน่งรองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น ซึ่งเมื่อนางสุกัลยายืนยันว่า ลายเซ็นในสำนวนไม่ใช่ของนางสุกัลยา ก็ต้องตรวจสอบว่า ลายเซ็นเหล่านั้นปรากฏมาได้อย่างไร ซึ่งวันนี้ตนจึงนำตัวนางสุกัลยา มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 ป. เพื่อให้ตรวจสอบที่มาของลายเซ็น พร้อมทั้งจะเซ็นชื่อลงในกระดาษเอ 4 จำนวน 15 แผ่นต่อหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมขอให้นำส่งกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้กรณีดังกล่าวเป็นกรณีตัวอย่าง เนื่องจากแสดงให้เห็นว่า กระทบต่อความยุติธรรม ทั้งนี้ วิธีการต่อสู้ในคดีนั้น ตนจะยื่นร้องต่อศาล ให้ศาลส่งเอกสารสำนวนดังกล่าวตรวจสอบ แต่ขณะนี้คดีของนางสุกัลยา ถูกนำมารวมไว้ที่กองปราบปราบ จึงมีความจำเป็นต้องนำมาพิสูจน์ทราบเรื่องลายมือชื่อก่อน ก่อนที่จะแถลงต่อศาลเพื่อร้องขอสำนวนตัวจริงต่อไป

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินคดีกับนางไก่นั้น วันนี้ตนได้นำข้อมูลจากพยานบุคคลที่ระบุได้ว่า นางไก่และพวกร่วมกันค้ามนุษย์ฯ โดยเป็นคำให้การจากกรณีเด็กชาวเขาจำนวน 3 คน ที่อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ที่ระบุว่าถูกนางไก่ ชักชวนไปทำงาน ก่อนจะพยายามชวนไปต่างประเทศ ซึ่งหลักฐานดังกล่าวปรากฏให้เห็นชัดว่า นอกจากนางไก่ ยังมีบุคคลเป็นชาย 2 ราย โดย1 นั้นเป็นนักกฎหมาย และหญิงอีก 1 ราย ซึ่งเป็นนักกฎหมายเช่นกัน ที่มีพฤติการณ์ค้ามนุษย์และขู่เข็ญ หากไม่ยินยอมทำตามที่นางไก่ต้องการ พร้อมทั้งมีการไปรับ-ส่งเด็กชาวเขาทั้ง 3 จากแม่ฮ่องสอน ไปยังนสถานที่ต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตนมีชื่อและระบุตัวบุคคลของทั้ง 3 รายแล้ว แต่ยังขอไม่เปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าจะต่อกระทบรูปคดี
นอกจากนี้ ตนยังมีเตรียมจะส่งข้อมูลอดีตลูกจ้างชาวลาวของนางไก่ ที่เคยถูกนางไก่แจ้งความในข้อหา ลักทรัพย์นายจ้าง ในท้องที่ สน.ประชาชื่น เมื่อปี 2554-2555 ที่ทางตำรวจกำลังหาตัวอยู่ โดยขณะนี้ทราบว่า อยู่ที่เวียงจันทร์ ประเทศลาว และมีลูกอายุ 1 ขวบเศษ โดยที่หญิงสาวชาวลาวคนดังกล่าว ไม่กล้าเดินทางมาให้ข้อมูลนั้น เนื่องจากมีหมายจับอยู่ ซึ่งทางตนจะร้องขอให้เพิกถอนหมายจับหญิงคนดังกล่าวต่อไป

นายสงกานต์ กล่าวเพิ่มว่า ในส่วนของคดีนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล เศรษฐีนี จ.อุดรธานี ที่หายสาปสูญไป นั้น ตนได้นำข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนายปิติ ตั้งวิริยะกุล อดีตสามีนางฉวีวรรณ และนางไก่ ว่าไม่ได้นับถือกันเป็นเพียงพ่อ-ลูก แต่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น โดยหลักฐานเป็นคำให้ข้อมูลจากพยานบุคคลที่อาศัยอยู่ที่คอนโดบ้านประชานิเวศน์ ถ.เทศบาลนิมิตเหนือ ประชานิเวศน์1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ที่ระบุว่า พบเห็นนายปิติ แวะเวียนมาหานางไก่ที่คอนโดบ่อยครั้ง รวมทั้งยังทะเลาะเบาะแว้งกันในเรื่องที่ยืนยันได้ว่า คนที่นับถือเป็นพ่อ-ลูก จะไม่ทะเลาะกันเรื่องอย่างนี้ นอกจากนี้ตนยังมีข้อมูลว่า การเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ พบพิรุธในหลายอย่าง ซึ่งมีการพาดพิงไปถึงบุคคลอื่นเป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย ที่เชื่อได้ว่าร่วมกับนางไก่ และมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ อีกด้วย มาให้พนักงานสอบสวนกก.3บก.ป.

นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีพลเมืองดีให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐีนี เจ้าของสัมปทานเส้นทางเดินรถสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีลักษณะการเสียชีวิตคล้ายถูกรัดคอ เมื่อปี 2547-2548 ผ่านเฟซบุ๊ค “ทค.สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์” โดยเบื้องต้นมีข้อมูลที่เชื่อว่า น่าจะเชี่อมโยงกับนางไก่เช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ ตนได้ให้ข้อมูลดังกล่าวกับพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ไปแล้ว คาดว่าไม่เกินวันพฤหัสที่ 21 กรกฎาคม นี้ น่าจะมีความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ตำรวจอยู่ระหว่างสืบหาข้อมูลว่า สัมปทานเส้นทางเดินรถสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นางไก่ เคยระบุว่าเป็นเจ้าของนั้น จะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเศรษฐีนีคนดังกล่าวหรือไม่