ตัวแทนภาคเอกชนนำดอกไม้ให้กำลังใจพ่อเมืองภูเก็ต-ผู้การฯ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง หลังปราบปรามนอมินีจริงจัง
ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายจรัล ส่างสาร เลขาธิการ พร้อมด้วยสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ จ.ภูเก็ต นำโดย นายศุภชัย วัฒนาพรินทร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอันดามัน และชมรมมัคคุเทศก์อันดามัน นำช่อดอกไม้มอบให้กับนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รับแทน และ พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ในฐานะหัวหน้าชุดจับกุมและปราบปรามธุรกิจทัวร์นอมินี ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์จังหวัด พัฒนาธุรกิจการค้า สรรพากร จัดหางาน เป็นต้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวในลักษณะของนอมินี จนนำมาสู่การจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเครือข่ายประกอบธุรกิจโดยใช้คนต่างด้าว และยึดทรัพย์สินได้หลายรายการ
นายประเจียด กล่าวภายหลังรับมอบช่อดอกไม้ ว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาให้กำลังใจในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างตั้งใจกันอย่างจริงจัง และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และทางจังหวัดภูเก็ต ในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจในลักษณะของนอมินี ซึ่งได้มีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาดำเนินการ และเก็บรวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถดำเนินการกับกลุ่มธุรกิจรายใหย่ดังกล่าวได้
ขณะที่ พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นมาจากความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้มีการบูรณาการร่วมกัน เพราะการได้มาซึ่งหลักฐานต่างๆ ที่ล้วนเป็นเอกสารจะต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาธุรกิจการค้า สรรพากร จัดหางาน สำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เป็นต้น โดยเราได้เริ่มต้นการรวบรวมหลักฐาน หลังจากที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการประกอบธุรกิจนอมินีขึ้น และมีการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ มาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนนำมาสู่การออกหมายจับหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ทราน ลี่ ทราเวล จำกัด หรือ“ไท่ลี่”ซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ดำเนินการจดทะเบียน นำเที่ยว ที่พัก รถบัสรับส่งนักท่องเที่ยว เรือนำเที่ยว โรงแรมที่พัก ธุรกิจสปา มัคคุเทศก์ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ และมีผู้จดทะเบียนขอจัดตั้งเพียงคนเดียวถึง 17 บริษัท จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบจนพบการกระทำผิดดังกล่าว
“การทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น ว่าไปตามหลักฐาน จากบริษัทเป้าหมายที่มีมากกว่า 50 บริษัท แต่เหตุที่มาดำเนินการกับบริษัทไทลี่นั้น เนื่องจากมีข้อสังเกตกรณีชื่อผู้จดทะเบียนบริษัทซึ่งคนเดียวมีการยื่นขอจดทะเบียนถึง 17 บริษัท และจากการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยจึงมีหลักฐานที่ชัดเจนและสมบูรณ์แบบ”
พ.ต.อ.สมาน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะสามารถรวบรวมสำนวนพยานหลักฐานต่างๆ และสามารถส่งฟ้องศาลได้ จึงฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการอื่นๆ ที่คิดจะประกอบการไม่ถูกต้องก็ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้อง





