คาดปมชู้สาว ฆ่าปาดคอสาวเปลือย หลังเลิกงานซ้อนท้ายเพื่อนชาวเมียนมากลับ ก่อนพบเป็นศพและเพื่อนหายตัวไป
พ.ต.ต.ทนงศักดิ์ เพ็ชรประกอบ สว.(สอบสวน) สน.แสมดำ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายบริเวณท้ายซอยสะแกงาม 26 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนลูกรังท้ายซอยแสมดำ 26 บริเวณข้างรั้วลวดหนามซึ่งขึงล้อมรอบที่ดินว่างเปล่า พื้นที่ประมาณ 30 ไร่ เจ้าหน้าที่พบศพ นางสาวทุเรียน รอดคำทุย อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาว จ.อุบลราชธานี ผิวขาว ผมยาวประบ่าย้อมสีแดง สูงประมาณ 160 เซนติเมตร นอนหงายจมกองเลือด ในสภาพมีบาดแผลถูกของมีคมปากเข้าที่ลำคอจนหลอดลมขาด 1 แห่ง หน้าท้องด้านซ้ายถูกแทง 2 แผล สวมเสื้อชั้นในสีแดง ท่อนล่างเปลือยเปล่า ใส่ถุงเท้าสีชมพู ห่างไปในรัศมีประมาณ 3 เมตร พบเสื้อยืดสีน้ำเงินคอกลม สกรีนภาษาอังกฤษว่า ฮาตาริ สีเหลือง และกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน กางเกงในสีชมพู รองเท้าผ้าใบสีชมพู กระจกส่องหน้าสีชมพู และยาดมสีชมพู ของผู้ตายตกกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาดจึงเก็บรวบรวมรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นทราบว่า น.ส.ทุเรียน เป็นพนักงานอยู่ระหว่างทดลองงานบริษัทแห่งหนึ่ง โดยบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ ซ.สะแกงาม 42 โดยผู้ตายพักอยู่ย่านซอย สะแกงาม 27 เพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ปกติจะเข้าทำงานตอนเที่ยง เลิกประมาณ 2 ทุ่ม โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่อนผู้ตายได้ทำการโทรศัพท์ติดต่อผู้ตาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงแปลกใจ ออกตามหาจนมาพบเป็นศพดังกล่าว
จากการสอบสวน นางจิตรทิพย์ พรหมสุรินทร์ อายุ 55 ปี รองประธานชุมชนวัดสะแกงาม ซึ่งพบศพเป็นคนแรก ให้การว่า เมื่อเวลา 05.30 น.ที่ผ่านมา ตนตื่นเช้าขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักซอยสะแกงาม 28 จะมุ่งหน้าไปซื้อกับข้าวที่ตลาดบางกระดี่ เพื่อเตรียมไปขายอาหารตามสั่งในโรงงานเอสเค ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน จู่ๆ นึกขึ้นได้ว่าลืมกุญแจเปิดเข้าโรงงานเอาไว้ที่บ้าน จึงขี่ รถ จยย.ย้อนกลับไปเอาโดยลัดเข้าทางท้ายซอยสะแกงาม 26 พบศพผู้ตายนอนอยู่ในสภาพเลือดสาดกระจายแดงฉาน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ซึ่งตนคาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุในช่วงใกล้รุ่งสางที่ผ่านมาเนื่องจากเลือดยังสด ประกอบกับซอยแห่งนี้เปลี่ยวมากตั้งอยู่หลังเมรุเผาศพวัดสะแกงาม และโรงเรียนวัดสะแกลามห่างกันแค่ 200 เมตร ตามปกติหลังสองทุ่มขึ้นไปก็ไม่มีรถราหรือผู้คนใช้ซอยนี้สัญจรผ่านไปมาแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.วิศาล กล่าวว่า ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าผู้ตายถูกข่มขืนหรือไม่ต้องรอผลตรวจจากทางแพทย์และกองพิสูจน์หลักฐานยืนยันเสียก่อน ในเบื้องต้นเชื่อว่าชนวนการสังหารต้องเป็นเรื่องชู้สาว โดยคนร้ายยังไม่ทราบจำนวนคงต้องการกระทำผิดทางเพศต่อผู้ตายด้วย ส่วนผลการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและเสื้อผ้าผู้ตายขณะนี้ยังไม่พบเอกสารระบุว่าเป็นใคร มีเพียงเงินสดประมาณ 100 บาทในกระเป๋ากางเกงเท่านั้น จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ญาติหรือผู้ที่สงสัยว่ารู้จักกับผู้ตายให้รีบติดต่อมาให้ข้อมูลกับทางตำรวจ สำหรับแนวทางการสืบสวนหาตัวคนร้ายจะสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.แสมดำ และ กก.สส.บก.น.9 ลงพื้นที่ไล่กล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงและเสาะหาพยานบุคคลที่อาจได้ยินเสียงผิดปกติในช่วงกลางดึกมาสอบปากคำเป็นเบาะแสล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
แนวทางการสืบสวนทราบว่า หลังจากที่ผู้เสียชีวิตเลิกงาน ได้มีนายมิน สัญชาติพม่า ที่เป็นคนงานแผนกเดียวกันกับผู้ตาย ซึ่งพักย่านบางบอน ได้เดินขี่จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขี่ออกไปโดยมีคนผู้ตาย ซ้อนท้าย ออกไปจากโรงงาน เวลาประมาณ 20.10 น. ทั้งที่เพื่อนร่วมงานไม่เคยเห็นทั้งคู่สุงสิงกัน ก่อนมาทราบข่าวว่าน.ส.ทุเรียนเสียชีวิตแล้ว
สำหรับนายมินทำงานโรงงานนี้มากว่า 3 ปี และมีภรรยาสาวชื่อ น.ส.เซน สัญชาติเช่นเดียวกัน ซึ่งกำลังท้องแก่ประมาณ 8 เดือน แล้วเคยมีปากเสียงกับผู้ตาย เกี่ยวกับผู้ตายยุยงให้นายมินเลิกกับภรรยาสาว โดยหลังจากเกิดเหตุทั้ง 2 ได้หายตัวไป
ทั้งนี้ทางตำรวจสันนิษฐานว่าปมสังหารครั้งนี้เกิดจากเรื่องชู้สาว และเรื่องส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้งได้ ต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




