ยธ. เผยเหตุเด้งเลขา ป.ป.ส. ชงนายกฯ ปลดเหตุไม่สนองนโยบาย งานบำบัดผู้เสพเหลว จำต้องใช้ม.44 ลดขั้นตอนการแต่ง
แหล่งข่าวกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 ย้ายนายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการป.ป.ส. ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี. (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยอ้างถึงผลการปฏิบัติงานด้านป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะบทบาทด้านการดึงผู้เสพออกบำบัด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่พล.อ.ไพบูลย์ ต้องการให้ป.ป.ส.ผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน หมู่บ้าน แต่โครงการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมายยังเน้นเพียงการจับกุมผู้ค้ารายย่อย ไม่มีผลดำเนินการกับนักค้ารายใหญ่ ขณะที่การบำบัดผู้เสพกลับมีจำนวนน้อยลง ทำให้เกิดเสียงสะท้อนกลับจากประชาชนว่ายาเสพติดยังอยู่ใกล้ตัว รัฐบาลทหารไม่จัดการอย่างจริงจัง จนนำไปสู่คำสั่งย้ายกะทันหัน ทั้งที่นายณรงค์จะเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ นอกจากนี้ การเสนอให้ใช้ ม.44 เพื่อลดขั้นตอนการประกาศสมัครเพื่อเลื่อนระดับ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ซี 9. ขึ้นเป็น ซี 10. ซึ่งตามระเบียบข้ารากชารต้องใช้เวลานานหลายเดือน
สำหรับกรณีคำสั่งย้ายนายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผลมาจากทำงานไม่บรรลุผลตามเป้าหมายตามที่กระทรวงยุติธรรมต้องการให้ผลักดันให้สำนักกิจการยุติธรรมเป็นศูนย์กลางในการยกร่างกฎหมายของประเทศ แต่นายพสิษฐ์มีภารกิจหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะผอ.สถาบันอนุญาโตตุลาการ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ โดยที่ผ่านมามักมีการมอบหมายงานของสำนักงานกิจการยุติธรรมให้นายวัลลภ นาคบัว ที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรม ดำเนินการแทน ดังนั้น พล.อ.ไพบูลย์ จึงเสนอตั้งนายวัลลภเป็นผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรมแทน





