กทม.ยื้อให้บริการรถเมล์ “บีอาร์ที” เมินขาดทุนยับกว่าพันล้าน ยันเป็นทางเลือกปชช.-เลี่ยงใช้รถส่วนตัว เล็งหารือ “บก.จร.”ปรับแผนเดินทาง
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. ได้สั่งให้สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ไปศึกษาวิธีบริหารจัดการโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) สายสาทร-ราชพฤกษ์ ก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาในเดือนเม.ย.2560 โดยสจส.จะไปทบทวนการใช้เวลาในการเดินทางตลอดทั้งเส้นทางไป-กลับ รวมระยะทาง 15.9 กิโลเมตร มีจำนวนสถานี 12 สถานี ประกอบด้วย สถานีสาทร สถานีอาคารสงเคราะห์ สถานีเย็นอากาศ สถานีถนนจันทน์ สถานีนราฯราม 3 สถานีวัดด่าน สถานีวัดปริวาศ สถานีวัดดอกไม้ สถานีสะพานพระราม 9 สถานีเจริญราษฎร์ สถานีสะพานพระราม 3 และสถานีราชพฤกษ์ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ในโครงการจะมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 33,741,471 เที่ยวต่อคน ปริมาณโดยสารเฉลี่ย 2.3 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ คือ 3 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน โดยตั้งแต่เปิดให้บริการประชาชนก็พบว่าขาดทุน ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งกทม.ต้องใช้งบประมาณ ในการสนับสนุนปีละประมาณ 200 ล้านบาททุกปี
รายงานข่าวระบุต่อว่า ทั้งนี้ การเดินทางปัจจุบันใช้เวลาเดินทางไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ส่งผลให้การเดินรถล่าช้าและไม่สามารถให้บริการทุก 5-10 นาทีได้ ดังนั้นกทมผกจึงได้ตั้งเป้าลดระยะเวลาในการเดินทางตลอดทั้งเส้นทางให้เหลือเพียง 30 นาที ซึ่งหากดำเนินการได้ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างเท่าตัว อย่างไรก็ตามสจส.จะเร่งหารือกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร) เพื่อร่วมกันหาแนวทางการลดเวลาเดินทางต่อไป ขณะเดียวกันสภากทม. ก็ได้เร่งรัดให้สจส. หาแนวทางบริหารจัดการโครงการนี้ให้มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน และทางสภากทม.ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการยกเลิกโครงการดังกล่าวด้วย นอกจากนี้พบว่าโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ซึ่งมีงบประมาณลงทุนที่ 33,000 ล้านบาท แต่มีผู้ใช้บริการเพียง 6 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับกทม.ที่ลงทุนโครงการนี้จำนวน 2,009, ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน มีผู้โดยสารทั้งสิ้น 33,741,471 เที่ยวต่อคน หรือปริมาณโดยสารเฉลี่ย 2.3 หมื่นเที่ยวคนต่อวัน จึงถือว่าโครงการบีอาร์ทีของกทม มีงบประมาณลงทุนน้อยกว่า แต่กลับมีผู้ใช้บริการมากกว่า
รายงานข่าว กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามยืนยันว่าโครงการบีอาร์ที มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนที่มีในปัจจุบันให้สมบูรณ์ แต่ไม่ได้ออกแบบให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน เพราะเป็นการสร้างต้นแบบการเดินทางในเมืองให้มีความปลอดภัยมากที่สุด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการระบบขนส่งมวลชนแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เป็นระบบขนส่งที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า ให้ประชาชนเดินทางเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว แต่จากการดำเนินโครงการกลับพบข้อเสียว่าระบบเดินรถบีอาร์ทียังไม่สามารถเดินรถแยกจากถนนสายหลักโดยอิสระได้ ทำให้เกิดข้อร้องเรียนว่า รถบีอาร์ทีไม่เพียงพอต่อการให้บริการ แต่ตามข้อเท็จจริงนั้นมีจำนวนรถบีอาร์ทีเพียงพอ แต่เนื่องจากต้องเดินรถบนถนนสายหลักร่วมกับรถส่วนบุคคล และรถสาธารณะบนถนนไม่ได้มีทางเดินรถของตนเองตามหลักการที่วางไว้ ทำให้รถบีอาร์ที ต้องติดการจราจรบนถนนสายหลักด้วย





