ศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ รองชิงชนะเลิศ เกมที่ 7
เมื่อเช้าวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส แชมป์ปีที่แล้ว เปิดออราเคิล อารีนา รับการมาเยือนของ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส คู่ชิงเมื่อปีที่แล้ว โดยเกมในควอเตอร์แรกสู้กันสูสี แคฟส์ ยิงนำไป 23-22 คะแนน จากนั้นควอเตอต์ 2 เจ้าถิ่นพยายามเปิดฉากบุกจนแซงหน้าไปได้ 49-42 เมื่อหมดครึ่งแรก
เข้าสู่ครึ่งหลัง คาวาเลียร์ส กลับมาบี้ทำแต้มจนแซงนำ 71-66 แต่วอร์ริเออร์ส ไม่ยอมแพ้ใช้ลูกยิง 3 แต้มตามถนัดกลับมาแซง 76-75 หลังจบควอเตอร์ที่ 3 มาถึงควอเตอร์สุดท้าย ทั้งสองทีมทำแต้มบดกันตลอด จนมาเสมอ 89-89 เมื่อเหลืออีก 4 นาที ซึ่งหลังจากนั้นทั้งคู่ต่างพลาดไม่มีทีมใดทำแต้มได้ถึง 3 นาที จน คายรี เออร์วิง การ์ดของ คาวาเลียร์ส มาปล่อยทีเด็ดยิง 3 แต้ม ขึ้นนำ 92-89 จากนั้น สตีเฟน เคอร์รี จอมแม่นของวอร์ริเออร์ส ซัด 3 แต้มบ้าง ตอนเหลือ 30 วินาที แต่พลาด จนเหลือ 10 วินาที เดรย์มอนด์ กรีน ไปทำฟาวล์ แล้วเป็น เลบรอน เจมส์ มายิงลูกโทษลงไป 1 ลูก หมดเวลา คาวาเลียร์ส บุกชนะ 93-89 แซงชนะซีรีส์ 4-3 เกม
ทำให้ คาวาเลียร์ส คว้าแชมป์เอ็นบีเอ เป็นครั้งแรกในประวัตศาสตร์สโมสร พร้อมกับเป็นแชมป์กีฬาใหญ่ครั้งแรกของเมืองคลีฟแลนด์ในรอบ 52 ปี ต่อจาก คลีฟแลนด์ บราวน์ส คว้าแชมป์อเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลเมื่อปี 1964 และเป็นทีมแรกของเอ็นบีเอ ที่พลิกสถานการณ์จากการไล่ตาม 1-3 ในรอบชิงชนะเลิศ แล้วกลับมาแซงชนะ 4-3 เกม
ขณะที่ เลบรอน เจมส์ ซูเปอร์สตาร์ของคาวาเลียร์ส ทำ “ทริปเปิล-ดับเบิล” ยิงได้ 27 แต้ม 11 รีบาวน์ 11 แอสซิสต์ เป็นคนแรกในรอบ 28 ปี ที่ทำ ทริปเปิล-ดับเบิล ได้ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อจาก เจมส์ เวิร์ทธี ของแอลเอ เลเกอร์ส เมื่อปี 1988 พร้อมกับคว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า (เอ็มวีพี) ในรอบชิงชนะเลิศ เป็นสมัยที่ 3 ของตัวเองด้าน คายรี เออร์วิง ชู้ต 26 แต้ม ส่วน วอร์ริเออร์ส ได้แต้มมากสุดจาก เดรย์มอนด์ กรีน ที่ทำ 32 แต้ม 15 รีบาวน์ 9 แอสซิสต์ และ สตีเฟน เคอร์รี ส่องอีก 17 แต้ม แต่ทีมต้องชวดแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน





