สองแม่ลูกชาวบุรีรัมย์ เข้าแจ้งตร.เอาผิดชาวบ้าน หลังรุมกล่าวหาว่าแม่เป็นผีปอบ จนไม่สามารถใช้ชีวิตเป็นปกตินาน 3 ปี ล่าสุดย้ายหนีหวั่นอันตราย
จากกรณีสองแม่ลูกชาวบ้านสวัสดี ต.กลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้เอาผิดกับญาติและชาวบ้านในหมู่บ้านที่กล่าวหาว่าแม่เป็นผีปอบ จนทำให้ครอบครัวเกิดความอับอายเสื่อมเสีย ถูกเกลียดชัง และยังบีบบังคับพาแม่ไปหาพระ และหมอผีเพื่อทำพิธีขับไล่ภูตผีหลายครั้ง ซึ่งจากคำบอกเล่าของผู้ถูกกล่าวหาระบุว่า การทำพิธีแต่ละครั้งก็จะมีการใช้มือตบหน้า หรือใช้อาวุธทำร้ายตามพิธีกรรมในการไล่ภูตผีออกจากร่าง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของตัวเองได้อย่างปกติสุขเป็นเวลานานกว่า 3 ปี
ล่าสุดลูกสาวได้พาแม่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่ต่างอำเภอชั่วคราว เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากลูกสาวต้องเดินทางกลับไปทำงานยังต่างจังหวัด
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวกับกระแสความเชื่อดังกล่าว พร้อมระบุด้วยว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นผีปอบเลย ส่วนชาวบ้านที่มีความเชื่อนั้น ก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลไม่สามารถไปบังคับได้
ชาวบ้านสวัสดีคนหนึ่ง กล่าวว่า อาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งนี้มาตั้งแต่เกิด ยังไม่เคยเห็นผีปอบว่าเป็นอย่างไร จึงไม่เชื่อว่าจะมีผีปอบในหมู่บ้าน ส่วนกรณีที่มีคนป่วยหรือเสียชีวิตนั้นก็เชื่อว่าเป็นการเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคภัยตามธรรมชาติ ส่วนสาเหตุที่ชาวบ้านบางคนเชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผีปอบ อาจจะด้วยบุคลิกที่เป็นคนเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใครชอบเก็บตัว จึงอาจจะเกิดการเข้าใจผิดได้
ด้านพนักงานสอบสวน หลังรับแจ้งเตรียมลงพื้นที่ไปสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้นำชุมชน และชาวบ้าน เพื่อหาข้อมูลหลักฐานประกอบสำนวนคดี หากมีข้อมูลหลักฐานว่ามีการกล่าวหาหมิ่นประมาท และทำร้ายร่างกายจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานตำรวจตำบลเข้าไปตรวจตราในหมู่บ้าน และสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย เพราะการกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้





