โยอาคิม เลิฟ กุนซือ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี
ชี้เกมรุกยังมีปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข หลังเสมอ “อินทรีขาว” โปแลนด์ 0-0 ถือเป็นไม่มีสกอร์เป็นคู่แรกในศึกยูโร 2016 ด้าน อดัม นาวัลกา ชมลูกทีมเล่นได้ตามแผน และสมควรได้หนึ่งคะแนนติดมือ ส่วน ยูเครน แพ้ ไอร์แลนด์เหนือ 0-2 ตกรอบเป็นทีมแรก
ศึกฟุตบอลยูโร 2016 รอบแรก นัดที่ 2 กลุ่ม ซี ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่สตาด เดอ ฟรองซ์ เมืองแซงต์ เดอนีส์ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 และอดีตแชมป์ยูโร 3 สมัย เก็บได้เพียงแต้มเดียว หลังเสมอ “อินทรีขาว” โปแลนด์ ไร้สกอร์ 0-0 เกมนี้ เยอรมนี ได้ มัตส์ ฮุมเมลส์ หายเจ็บกลับมาช่วยคุมแดนหลัง แม้จะเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่า แต่เจาะแนวรับของ โปแลนด์ ไม่เข้า และกลายเป็นคู่แรกที่ไม่มีการยิงประตูเกิดขึ้น ทำให้ เยอรมนี ยังเป็นจ่าฝูง มี 4 แต้ม เท่ากับ โปแลนด์ แต่มีผลต่างประตูได้เสียมากกว่าหนึ่งลูก สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายในวันที่ 21 มิถุนายน เวลา 02.00 น. เยอรมนี พบ ไอร์แลนด์เหนือ ที่ปาร์ค เดส์ แพรงซ์ กรุงปารีส, โปแลนด์ พบ ยูเครน ที่สตาด เวโลโดรม เมืองมาร์กเซย
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
หลังจบเกม โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์เยอรมนี ยอมรับยังมีปัญหาเรื่องเกมรุก และต้องรีบแก้ไขให้ดีกว่านี้ เพราะยิงเข้ากรอบแค่ 3 ครั้งจากโอกาสทั้งหมด 16 ครั้ง แต่ชมแนวรับที่เก็บไม่พลาดโดนเจาะตาข่ายมาแล้ว 2 เกมซ้อน ส่วนเป้าหมายตอนนี้จะต้องผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้เสียก่อน
“ผมมองว่าผลเสมอ 0-0 แสดงให้เห็นว่าเราเล่นเกมรับได้ดี เราไม่เสียประตูมาแล้ว 2 นัด แต่เกมรุกยังคงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข เพราะสร้างสรรค์โอกาสได้ไม่เท่าไรนัก และได้ยิงประตูแค่ไม่กี่ครั้ง มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอยู่เหมือนกัน แต่เราจะต้องพยายามปรับปรุงให้ดีกว่านี้ เป้าหมายของเราตอนนี้คือการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่เราต้องการ” เลิฟ กล่าว
ด้าน อดัม นาวัลกา กุนซือโปแลนด์ ชมลูกทีมเล่นได้ตามแผนที่วางเอาไว้ จึงเล่นกับทีมแกร่งอย่าง เยอรมนี ได้แบบน่าประทับใจ และพอใจกับผลเสมอแบบไร้สกอร์ ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรมกับทั้งสองทีมมากที่สุด
“ผมพอใจผลการแข่งขัน เราเล่นได้ตามแผนทุกอย่าง นักเตะทุกคนพร้อมช่วยกันเล่นด้วยหัวใจ ผมไม่พอใจอยู่เรื่องเดียวก็คือเราทำประตูไม่ได้ แต่เราเล่นกับ เยอรมนี ที่เป็นทีมแชมป์ฟุตบอลโลกได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ผมคิดว่าผลเสมอ 0-0 เป็นเรื่องที่ยุติธรรมแล้ว” นาวัลกา กล่าว
ส่วนอีกคู่ในกลุ่ม ซี ที่สตาด เดอ ลียง เมืองลียง ไอร์แลนด์เหนือ คว้าชัยจากการลงเล่นรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังเอาชนะ ยูเครน 2-0 ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาระหว่างเกม โดย ไอร์แลนด์เหนือ ได้ประตูจาก แกเรธ แมคออลีย์ นาที 49 และไนออลล์ แมคกินน์ ในช่วงทดเวลาไปแล้ว 6 นาที ทำให้ ไอร์แลนด์เหนือ มี 3 แต้ม อยู่อันดับ 3 มีลุ้นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วน ยูเครน ไม่มีแต้ม ตกรอบ เนื่องจากมีสถิติการพบกันเองแบบ “เฮด-ทู-เฮด” เป็นรอง ไอร์แลนด์เหนือ ทำให้จบเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่ม แน่นอนแล้ว
ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่ม ซี นัดที่ 2 ที่สตาด โบลลาร์ เดอเลลิส เมืองลองส์ “สิงโตคำราม” อังกฤษ เก็บชัยจากศึกสายเลือด “แบทเทิล ออฟ บริเทน” แบบหวุดหวิด หลังเฉือนชนะ “มังกรแดง” เวลส์ 2-1 โดย เวลส์ ขึ้นนำไปก่อนในนาที 42 จาก แกเรธ เบล ที่สังหารฟรีคิกเข้าไปตุงขาต่ายเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน แต่ อังกฤษ ยิงแซงช่วงครึ่งหลัง 2 ลูกรวดจากฝีเท้าของ 2 กองหน้าตัวสำรอง เจมี วาร์ดี นาที 56 และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ในช่วงทดเวลา 2 นาที ขณะที่ มาร์คัส รัชฟอร์ด สร้างสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ได้โชว์ฝีเท้าในศึกยูโร 2016 ด้วยวัย 18 ปี 228 วัน หลังถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาที 73 ทำให้ อังกฤษ ขึ้นไปเป็นจ่าฝูง มี 4 แต้ม ส่วน เวลส์ อยู่อันดับ 2 มี 3 แต้มเท่ากับ สโลวะเกีย สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายในวันที่ 20 มิถุนายน เวลา 02.00 น. อังกฤษ พบ สโลวะเกีย ที่สตาด เชฟฟรัว กิชาร์ เมืองแซงต์ เอเตียน, เวลส์ พบ รัสเซีย ที่สตาด เดอ ตูลูส เมืองตูลูส





