วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ วอนชาวนาปรับตัวเป็น "สมาร์ทฟาร์เมอร์"

“นายกฯ” พบตัวแทนชาวนา ขอความร่วมมือแก้ปัญหา วอนชาวนาปรับตัวเป็น "สมาร์ทฟาร์เม อร์" อย่าให้ใครมาหลอก พร้อมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบโล่รางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2559 เนื่องในวันข้าว และชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2559 พร้อมมอบโอวาทตอนหนึ่งว่า วันนี้ดีใจ และมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มเกษตรกร เพราะทุกวันนี้เจอปัญหาจำนวนมากภายในประเทศของเรา รับบาลชุดนี้ยืนยันว่า จะให้การดูแลเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาอย่างจริงจัง และแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในส่วนของชาวนานั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยชาวนาอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ ภัยแล้งต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา และทรงรับสั่งให้รัฐบาลได้ดูแลดีเป็นพิเศษ ซึ่งพวกเราทุกคนก็น้อมรับในพระกระแสรับสั่ง และพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว โดยทุกพระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และขอให้ชาวนาทุกคนตระหนักว่าเราเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แม้ที่ผ่านมาจะงุ้ม ๆ งอ ๆ บ้างทั้ง ๆ ที่ฝนและน้ำก็ดี พอมาวันนี้ยิ่งฝนไม่มีก็งอหนักกว่าเดิม แต่เมื่อวันนี้ทุกคนยังมีรอยยิ้มก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้ซึ่งกันและกัน ทางรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวนา จากที่ได้กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย. ของทุกปี เป็นวันข้าว และวันชาวนาแห่งชาติ แสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับข้าวที่เลี้ยงดูคนไทย และประเทศมาเป็นเวลายาวนาน ชาวนาถือเป็นกลุ่มประชาชนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลทำทุกอย่างทั้งฝนเทียม สวดมนต์ ทุกวันนี้ก็สวดมนต์ให้ฝนตก ถึงแม้จะขัดแย้งกับคนกรุงเทพฯ บ้างก็ตาม เพราะเมื่อฝนตกทีไรทำให้รถติดทุกที ก็ต้องมาแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเรื่องระบบระบายน้ำ เป็นปัญหาเชื่อมโยงฝนตกในที่ ๆ คนไม่ต้องการ แม้วันนี้ประเทศจะสามารถผลิตข้าว และส่งออกได้จำนวนมาก แต่ก็ต้องไปทำวิจัยด้วยว่า เขาสั่งซื้อไปเพื่ออะไร ส่วนใหญ่นำไปผสมทำให้เกิดความแข่งขันได้ง่ายขึ้น เพราะบางครั้งเขาก็ไม่ต้องการข้าวที่มีความแตกต่าง และราคาสูงมากนัก เราจึงต้องทำทั้ง 2 อย่างให้ตรงกับความต้องการของตลาด จึงขอเป็นกำลังใจทั้งกับชาวนา ซึ่งอย่างไรอนาคตวันข้างหน้าเราก็ไม่อดตาย

"แม้โลกจะมีการเปลี่ยนแปลง หลายประเทศที่เคยปลูกข้าวได้ อาจจะปลูกไม่ได้อีก สาเหตุเกิดจากปัญหาน้ำน้อย และอากาศเปลี่ยนแปลง แต่เราได้สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรจนเป็นผลสำเร็จมีการยึดโยงกับเศรษฐกิจของชาติ วันนี้เราต้องปรับเปลี่ยนทั้งหมด ไม่เช่นนั้นก็จะติดกับดักตัวเองทั้งความยากจน ความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรม และการเอาเปรียบ การทุจริต รัฐบาลพยายามแก้ไขทุกอย่าง

"วันนี้รัฐบาลพยายามแกะปมปัญหาของประเทศ เหมือนเชือกที่เป็นปม ซึ่งประเทศไทยมีลักษณะของเชือกที่เป็นปม ไม่รู้กี่ร้อยปม มัดรวมเป็นกลุ่มใหญ่ รัฐบาลนี้พยายามที่จะแก้ปมที่เกิดขึ้นอยู่ วันนี้ขอให้ชาวนาทุกคนเป็นชาวนาที่ เฉลียวฉลาด หรือสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อย่าให้ใครมาหลอก และสามารถรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่าให้กลับไปเป็นแบบเดิมที่ทุกอย่างมีแต่ความขัดแย้ง รายได้ไม่เพียงพอ ไม่มีเกียรติยศศักดิ์ศรี ทั้งหมดอยู่ที่การบริหารประเทศภายใต้อำนาจที่ประชาชนได้มอบไป เมื่อมอบอำนาจให้ไปแล้วประชาชนทุกคนต้องเป็นผู้กำหนดได้ว่าเขาจะต้องทำอะไรมห้กับเรา ไม่ใช่ให้มาชี้นำ ให้ทำตามแล้วถึงจะได้รับผลประโยชน์ อย่าลืมว่าประเทศไทยไม่ได้มีเพียงชาวนา แม้วันนี้เราจะสามารถทำให้กลับมาเป็นผู้ขายข้าวอันดับหนึ่งอีกครั้ง แต่ปัญหาอยู่ราคาข้าวที่ต่ำลง รายได้จึงลดลง รายได้ของประเทศก็ลดลง เพราะทุกอย่าเชื่อมโยงกันทั้งหมด ที่ผ่นมาประเทศไทยมองปัญหาเป็นเสี่ยว ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบง่ายดีคืิอแก้เสี่ยวนี้ เสี่ยวนี้จบ ปีหน้าก็กลับมาใหม่วนเวียนและติดกับดักอยู่อย่างนี้ การพัฒนาอย่างอื่นก็ทำไม่ได้ เพราะติดกับดักตรงนี้ ผมไม่ได้ใจร้าย ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เพราะวันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องมาเสียน้ำตากันอีก แม้ผมจะถูกตำหนิมากพอสมควรว่าทำไม่ทัน ทำงานล่าช้า ไล่ให้ออกไปเสียที เพราะทำไม่เสร็จสักอย่าง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่พบกันวันนี้ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับตน แต่พอกลับไปก็ยังมีอีกหลายสมาคมที่เกี่ยวข้องนอกแถวบ้างก็ไม่เห็นด้วยเรียกร้องต่าง ๆ นานา จนถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่าชาวนามีกี่สมาคม กี่นายก กันแน่ ความจริงควรจะต้องรวมกันให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การแก้ปัญหายาก เพราะถ้าทำทีละคน ทีละฝ่าย เทวดาองค์ไหนก็แก้ไม่ได้ จึงควรรวมตัวกันและกำหนดความเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องที่ดิน หนี้นอกระบบ กฎหมายไม่รู้กี่ฉบับที่ออกมา ก็ยังไปได้ไม่ถึงไหน จากเดิมที่ไม่มีอะไรเลย “ทั้งหมดอยู่ที่ทุกคนจะร่วมมือกันได้หรือไม่ ต่อให้มีกฎหมายอีกเป็นร้อยฉบับ ถ้าไม่ร่วมมือกันทำ ต่อให้ผมมายืนตรงนี้อีก 10 คน ก็จบเพราะสั่งพวกท่านไม่ได้”

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งไหนดีในด้านการเกษตร ก็สมัครใจกันทำไป รัฐบาลไม่ได้อยากบังคับอะไรมาก แต่ขอให้เชื่อฟังแผนต่างๆของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะดูในภาพรวมทั้งประเทศ และเงินที่ได้จากการขายข้าวและภาษีจากส่วนต่างๆที่เก็บมา รัฐต้องเตรียมมาเป็นอนาคตของประเทศ ทั้งเรื่องการศึกษา สาธารณสุข 30 บาทรักษาทุกโรค รถเมล์รถไฟฟรี และยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงกทม.-โคราชอีก และที่ผ่านมารัฐบาลได้อนุมติซื้อรถไฟใหม่แบบสวยโก้ ไม่กี่เดือนก็จะมาแล้ว จะได้เลิกใช้รถไฟโบราณ ซึ่งตนได้เร่งให้รถมาไวๆ ถ้าช้าก็อาจจะเปลี่ยนผู้ว่าการรถไฟก่อน

นายกฯ กล่าวว่า ขอแนะนำชาวนาให้ผลิตพันธุ์ข้าวใหม่ๆ โดยนำพันธุ์ที่ชนะเลิศมาผสมกับพันธุ์อื่น พัฒนาให้มีคุณภาพ ทั้งญี่ปุ่น อเมริกา ไทย สามารถกินได้ แต่อย่าให้เขามาเอาพันธุ์ข้าวเราไปอีก และเราต้องไม่มัวแต่ทะเลาะกัน จนเพื่อนบ้านเรานำพันธุ์ข้าวเราไปพัฒนาแล้วได้แชมป์โลกเหมือนเรา ถ้าไม่หยุดวันหน้าจะถูกแซงหมด วันนี้ต้องหยุดทะเลาะกันเอง อย่าไปเป็นเครื่องมือของใคร

“ความผิดพลาดที่ผ่านมาเรื่องข้าวถือว่าผ่านไปแล้ว ต้องเริ่มใหม่อย่าให้รัฐบาลซื้อมาเก็บแบบเดิมอีกเลย เพราะส่งผลให้ตลาดผันผวน ราคาข้าวตก วันนี้ข้าวที่มีอยู่ต้องเก็บบางส่วน ขายบางส่วน แต่ก็กลัวว่าที่ขายจะราคาถูกเกิน แต่หนี้สินที่รัฐบาลต้องใช้หลายแสนล้านจะทำอย่างไร ก็ต้องมีการฟ้องร้อง เพื่อหาผู้รับผิดชอบ เพราะวิธีการนำงบประมาณรัฐไปโปะ บางอันมากเกินไปไม่ได้ ก็ต้องรับผิดชอบกันมา ได้ไม่ได้ไม่รู้ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน ผมไม่ได้รังแกใครทั้งสิ้น อาจจะเป็นเจตนาดี แต่วิธีการไม่เหมาะสม อะไรทำนองนี้ก็ไปว่ากันมา วัตถุประสงค์ของผมคือทำอย่างไรไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก” พล.ประยุทธ์ กล่าว