“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวไทย
หวดเพิ่ม 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวม 15 อันเดอร์พาร์ ผงาดคว้าแชมป์กอล์ฟแอลพีจีเอ “วอลวิค แชมเปี้ยนชิพ” ที่สหรัฐ ด้วยการชนะคู่แข่ง 5 สโตรค สร้างสถิติคว้าแชมป์ 3 รายการติด และเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์แรกแล้วกวาดต่ออีก 2 รายการ พร้อมขยับขึ้นเป็นมือ 10 ของโลก เจ้าตัวชี้ตอนนี้รู้จักรับมือกับการเล่นในความกดดันแล้ว
การแข่งขันกอล์ฟสตรี แอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ วอลวิค แชมเปี้ยนชิพ สนามทราวิส พอยน์ต คันทรี พาร์ 72 รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เป็นการเล่นรอบสุดท้าย “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวไทยมืออันดับ 13 ของโลก ที่เพิ่งคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ 2 รายการติด ออกสตาร์ทด้วยการเป็นฝูง ด้วยการมี 10 อันเดอร์พาร์ นำหน้าคู่แข่ง 1 สโตรค เริ่มต้นทำแต้มด้วยการได้เบอร์ดีที่หลุม 6 จากนั้นเข้าสู่ 9 หลุมหลัง มาได้ 2 เบอร์ดีติดที่หลุม 13 กับ 14 ทำให้ทิ้งคู่แข่ง 4 สโตรค ก่อนมาเก็บได้อีก 2 เบอร์ดี ในหลุม 16 กับ 17 ทำ 5 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์มาครองด้วยการทิ้ง คริสตินา คิม นักกอล์ฟชาวอเมริกัน 5 สโตรค
จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เอรียา คว้าแชมป์รายการที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ได้แชมป์โยโกฮามา ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก และ คิงส์มิลล์ แชมเปี้ยนชิพ และกลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ของแอลพีจีเอ ที่เมื่อได้แชมป์แรกแล้วมาชนะติดต่อกัน 3 รายการ รวมทั้งเป็นนักกอล์ฟคนแรกต่อจาก ปาร์ค อิน บี ที่ได้แชมป์ 3 รายกาติด นับตั้งแต่ปี 2013
เอรียา ที่เป็นหนึ่่งในนักกอล์ฟตีไกลมากสุดคนหนึ่งในทัวร์กล่าวว่า เมื่อเห็นสนามแห่งนี้ครั้งแรก รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก เพราะไม่สามารถใช้หัวไม้หนึ่งได้ เนื่องจากแฟร์เวย์แคบ ทำให้ต้องวางแผนการเล่นใหม่ ดังนั้นด้วยความจริงเมื่อเห็นสนามแล้วไม่คิดว่าตัวเองจะชนะ เพียงแต่พยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเท่านั้น แล้วรู้สึกดีมากที่คว้าแชมป์มาได้
“รู้สึกดีจริงๆ หมายความว่าปีนี้สามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ นั่นคือการคว้าชัยชนะให้ได้ แล้วก็คว้าแชมป์ 3 รายการติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว การเล่นรอบสุดท้าย ใน 9 หลุมแรก ยังรู้สึกตื่นเต้นและกังวล เพราะไม่ต้องการเสียโบกี ต้องตีให้ตรงเอาไว้ก่อน ใน 9 หลุมหลังรู้สึกดีขึ้นมาก ควบคุมตัวเองได้ ทำให้เล่นได้ดีขึ้น และคิดว่าตัวเองรับกับความกดดันได้ดีขึ้น เมื่อคิดถึงปีที่แล้ว กับโอกาสที่จะคว้าชัยชนะ แต่ไม่ได้เรียนรู้ว่าจะเล่นภายใต้ความกดดันได้อย่างไร เหมือนกับไม่รู้เลยว่าจะเล่นกอล์ฟอย่างไร แต่ปีนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายการที่แล้ว สามารถรู้ได้ว่าจะเล่นภายใต้ความกดดันได้อย่างไร” เอรียา กล่าว
สำหรับการได้แชมป์รายการนี้ทำให้ “โปรเม” คว้าเงินรางวัล 195,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.8 ล้านบาท) พร้อมกับขยับขึ้นเป็นมือ 10 ของโลก และเป็นสาวไทยคนแรกที่มีอันดับโลกสูงสุด รวมทั้งทำเงินรางวัลรวมเป็นอันดับ 2 จำนวน 882,820 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30 ล้านบาท) เป็นรองเพียง ลิเดีย โค มือ 1 ของโลกจากนิวซีแลนด์ ที่ทำไป 1,102,829 ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับผลงานของนักกอล์ฟสาวไทยรายอื่น “แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ ตี 7 อันเดอร์พาร์ 65 รวม 2 อันเดอร์พาร์ จบอันดับ 27 ร่วม เท่ากับ “โม” โมรียา จุฑานุกาล ที่รอบนี้ทำ 4 อันเดอร์พาร์ 68 และ “สายป่าน” ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ ตี 3 โอเวอร์พาร์ 75, “เนท” นนทยา ศรีสว่าง ทำ 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวม อีเวนพาร์ อันดับ 43 ร่วม, “พริม” พริมา ธรรมรักษ์ ตี 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวม 1 โอเวอร์พาร์ อันดับ 48 ร่วม และ “กิ๊ฟ” เบญญาภา นิภัทร์โสภณ ตี 2 อันเดอร์พาร์ 70 รวม 5 โอเวอร์พาร์ อันดับ 74 ร่วม





