วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับภูมิทัศน์ล้อมคอกโจรสะพานลอย

ปรับภูมิทัศน์ล้อมคอกโจรสะพานลอย หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ที่คอของผู้เสียหาย ขณะเดินอยู่บนสะพานลอยข้ามถนนวิภาวดี-รังสิต

เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ที่คอของผู้เสียหายเป็นสาวประเภทสอง ขณะเดินอยู่บนสะพานลอยข้ามถนนวิภาวดี-รังสิต ด้านมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ก่อนจะเปิดกระเป๋าพร้อมรื้อค้นทรัพย์สิน พร้อมทั้งลากผู้เสียหายลงมาจากบนสะพานลอย เพื่อกระทำอนาจาร เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ใช้สะพานลอยต่างหวาดกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในจุดที่เคยเกิดเหตุ นางวรุณี สืบแสง ประชาชนที่ใช้สะพานลอยข้ามถนนวิภาวดี จากฝั่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ไปยังฝั่งวัดเทวสุทรแห่งนี้เป็นประจำ เล่าว่า เธอใช้สะพานลอยในช่วงเวลา19.00-20.00 น.เป็นประจำ โดยทุกครั้งที่เดินผ่านบนสะพายจะพบผู้ใช้รายอื่นๆอีกจำนวนมาก จึงไม่เปลี่ยวมากนัก สามารถเดินผ่านไปมาได้อย่างอุ่นใจ แต่บางครั้งที่จะต้องใช้สะพานลอยในช่วงเวลาหลังจาก21.00 น.ไปแล้ว จะต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้น เพราะคนที่ใช้สะพานลอยจะลดน้อยลง ประกอบกับไฟส่องสว่างบนสะพานลอยมีความสว่างไม่เพียงพอ ทำให้ดูมืดและเปลี่ยวมาก

“ปกติจะใช้ช่วงเย็นๆถึงหัวค่ำ เพราะมันไม่เปลี่ยวมาก คนก็ใช้เยอะเดินผ่านกันไปมา แต่ถ้าหลังจากช่วง3-4ทุ่มไปแล้ว คนจะเงียบ ไม่ค่อยมีคนมาใช้แล้ว เพราะเขากลับบ้านกันหมดแล้ว มันจะดูเปลี่ยวๆ และอีกอย่างไฟบนสะพานมันก็มืด อันตรายมากๆถ้าจะต้องเดินผ่านคนเดียว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีคนจ้องทำร้ายเราอยู่หรือไม่ ” นางวรุณี เล่า

ไม่ต่างจากความคิดเห็นของนายพงศธร แสงแพง นิสิตปริญญาโทมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่บอกว่า เขาจะใช้สะพานลอยนี้เพื่อเดินทางกลับบ้าน ในช่วงเวลาประมาณ20.00-21.00 น. ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้เป็นประจำ แต่พบว่าถ้าเริ่มดึกมาก คนที่จะเดินข้ามสะพานลอยก็จะยิ่งลดน้อยลง เพราะก่อนหน้านี้ไฟบนสะพานลอยไม่ค่อยสว่าง ทำให้บางคนไม่กล้าที่จะใช้สะพานลอย

“นานๆผมจะใช้สะพานลอยนี้ โดยจะใช้ตอนมาเรียนปริญญาโทที่ม.เกษตร และจะใช้สะพานลอยเพื่อข้ามไปขึ้นรถประจำทางฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วง2ทุ่มกว่าๆหลังจากเลิกเรียน แต่มันก็จะเริ่มเปลี่ยวๆแล้ว เพราะคนจะลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมว่าไฟบนสะพานลอยมันไม่สว่างเท่าตอนนี้นะ ผมคิดว่าทางคนที่ดูแลเขาคงเข้ามาปรับปรุงให้มันไม่อันตราย ให้คนที่ใช้สะพานลอยนี้เดินข้ามไปมาได้อย่างสะดวก ” นายพงศธร กล่าว

เช่นเดียวกับความคิดเห็นของนางสาวกันตธร กี้ประเสริฐทรัพย์ นิสิตสาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รายนี้ ระบุว่า ใช้สะพานลอยแห่งนี้เดินทางข้ามไปมาระหว่างหอพักของเธอกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ โดยสะพานลอยแห่งนี้จะค่อนข้างเปลี่ยวมากในช่วงเวลาดึกๆ เพราะจะไม่มีคนเดินผ่านไปมาเหมือนช่วงเย็นๆ ทำให้รู้สึกกลัวที่จะใช้สะพานลอยนี้คนเดียว บางครั้งต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน เพราะเคยได้ยินเหตุชิงทรัพย์บ้างบนสะพานลอยแห่งนี้

“ตอนกลางคืนมันจะเปลี่ยว เพราะคนไม่ค่อยมี อีกอย่างไฟก็ไม่สว่างด้วย พอหลังจากที่เกิดเหตุการณ์มีคนร้ายจี้ชิงทรัพย์บนสะพานลอย ทำให้ตอนนี้เหมือนจะมีหน่วยงานเข้ามาปรับปรุง มาติดไปกับกล้องวงจรปิดเพิ่ม และไฟก็สว่างกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังรู้สึกกลัว เพราะบางครั้งต้องมาใช้สะพานลอยคนเดียว ก็จะรีบเดินให้เร็วขึ้น หรือไม่ก็รอให้คนเยอะๆ แล้วค่อยเดินมาพร้อมกันหลายๆคน ซึ่งน่าจะปลอดภัยกว่า ” นางสาวกันตธร กล่าว

หลังคนร้ายจี้ชิงทรัพย์และทำอนาจารสาวประเภทสองบนสะพานลอย ทำให้ตำรวจเพิ่มรอบสายตรวจรถจักรยานยนต์เข้าไปยังพื้นที่บริเวณนั้นถี่มากขึ้นพร้อมทั้งประสานไปยังกรมทางหลวงเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพบริเวณสะพานลอยให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยการตัดต้นไม้ ติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มขึ้น และกล้องวงจรปิด รวมถึงประสานงานกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์และของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้ช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้สะพานลอย

พ.ต.ท.พิภพ สุขก่ำรองผกก.สส.สน.ทุ่งสองห้อง ระบุว่า สะพานลอยข้ามถนนบริเวณที่เกิดเหตุเป็นทางข้าม ซึ่งจะมีวินรถจักรยานยนต์จอดอยู่ มีนิสิตและประชาชนเดินผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากช่วง 21.00 น. เป็นต้นไป บริเวณนั้นจะมีลักษณะเปลี่ยว คนไม่พลุกพล่าน ประกอบกับสะพานลอยมีระยะทางยาว จึงเป็นช่องว่างให้คนร้ายเลือกก่อเหตุ

“ตรงนั้นเป็นสะพานเดินข้ามถนน ปกติจะมีวินรถจักรยานยนต์จอดอยู่ เพื่อคอยรับผู้โดยสาร และนิสิตเดินไปมาอยู่เยอะ ช่วงก่อน3ทุ่มจะยังไม่เปลี่ยวมาก แต่พอหลังจาก 3 ทุ่มไปแล้ว คนจะเริ่มน้อย อาจจะมีแท็กซี่จอดรอผู้โดยสารอยู่บ้างเล็กน้อย และสะพานค่อนข้างยาว เพราะเป็นสะพานข้ามถนนวิภาวดี คนร้ายอาจจะใช้ช่วงดึกๆ เพื่อฉวยโอกาสก่อเหตุ ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุขึ้นแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังกรมทางหลวง ให้เข้ามาดูแลปรับปรุง และประสานไปยังพนักงานรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานใกล้เคียงบริเวณนั้นให้คอยช่วยเหลือดูแลประชาชนอีกแรงด้วย ” พ.ต.ท.พิภพ สุขก่ำ กล่าว

ขณะนี้ทั่วกรุงเทพมหานครจะมีสะพานลอยอยู่กว่า 600 แห่ง บางจุดเสี่ยงต่อการเกิดเหตุร้าย เพราะแสงสว่างไม่เพียงพอ ในจำนวนนั้นมีสะพานลอยข้ามถนนวิภาวดี-รังสิตรวมอยู่ด้วย เพราะมีระยะทางที่ยาว แสงสว่างไม่ทั่วถึง และเป็นจุดอับเพราะลอดทางด่วน และยังมีป้ายบดบังทัศนียภาพ หลังเกิดเหตุมีการจัดเก็บป้ายโฆษณาบางส่วนออกแล้ว หวังลดปัญหาอาชญากรรม ที่เป็นอัตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน