วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ครม.'ไฟเขียวลงสัตยาบรรณคุ้มครอง 'บุคคลสูญหาย'

"ครม.” ไฟเขียว ลงสัตยาบรรณคุ้มครองบุคคลสูญหาย-ลงโทษด้วยการทรมาน เตรียมออก พ.ร.บ.ป้องกัน-ปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอเรื่องการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สาบสูญ เป็นผลสืบเนื่องจากที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม เมื่อปี 2550 แต่อนุสัญาอีกฉบับ หรือ ภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองการบังคับคนให้สูญหาย ที่ไทยร่วมเป็นภาคีเมื่อปี 2554 นั้น ยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบรรณ ดังนั้น ครม.จึงเห็นชอบการให้สัตยาบรรณในอนุสัญญาดังกล่าว

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้กระทรวงยุติธรรมจึงเสนอร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... เพื่อความสอดคล้องกับอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ โดย พ.ร.บ.ดังกล่าว มีใจความสำคัญคือ กำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการกระทำความผิดในการทรมานผู้ถูกจับกุม หรือการอุ้มให้สูญหาย ไม่ว่าจะโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลใดก็ตาม ทั้งนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมไปถึงสถานการณ์ฉุกเฉิน สงคราม สถานการณ์ความไม่มั่นคง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างเพื่อกระทำความผิดได้ และหากพบว่ามีการกระทำความผิด คดีจะมีอายุความ 20 ปี
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีรมว.ยุติธรรมเป็นประธาน ทั้งนี้ยังให้สิทธิ์แก่ผู้ถูกจับกุมโดยต้องได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับญาติ ทนายความ หรือผู้ที่ไว้วางใจ มีสิทธิ์ที่จะแจ้งให้ผู้อื่นทราบถึงสภาพการคุมขังว่าเป็นอย่างไร ทั้งยังกำหนดมิให้หน่วยงานของรัฐ ส่งตัวบุคคลหนึ่งบุคคลใดออกไปนอกราชอาณาจักร หากเชื่อว่าจะก่อให้เกิดการทรมาน หรือถูกบังคับให้สูญหาย