คําสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ห้าม11ข้อ แก้ทิ้งขยะ-ท่องเที่ยวทำลาย หวังฟื้นปะการัง "7เกาะ" ดัง หากฝ่าฝืนคุก1ปี-ปรับสูง1แสนบาท
ราชกิจจานุเบกษา หน้า ๒๔ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๑๘ ง ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ คําสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ ๔๔๕/๒๕๕๙
เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ ๗ พื้นที่ ได้แก่ (๑) เกาะมันใน จังหวัดระยอง (๒) เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๓) เกาะเหลื่อม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๔) เกาะไข่ จังหวัดชุมพร (๕) เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต (๖) แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต และ (๗) เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต
ด้วยปัจจุบันอุณหภูมิน้ําทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติจากการสํารวจพบว่าปะการังฟอกขาวใน ๗ พื้นที่ ได้แก่ (๑) เกาะมันใน จังหวัดระยอง (๒) เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๓) เกาะเหลื่อม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๔) เกาะไข่ จังหวัดชุมพร (๕) เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต (๖) แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต และ (๗) เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต
ปะการังที่ฟอกขาวมีแนวโน้มจะตายลงในเวลา ๑ เดือน ขึ้นอยู่กับชนิด พันธุกรรมของปะการังสภาพแวดล้อม และการรบกวนจากมนุษย์ ซึ่งหากปะการังตายลงจะส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของสัตว์น้ําในทะเลไทย วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง การท่องเที่ยวทางทะเล โดยปัจจุบันพบว่ายังมีกิจกรรมของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อปะการังในบริเวณดังกล่าว ทั้งการท่องเที่ยวดําน้ํา การประมงการทิ้งมลพิษและขยะทะเล การเหยียบย่ําปะการัง ซึ่งตามหลักทางวิชาการในช่วงที่วิกฤตของปะการังนี้กิจกรรมดังกล่าวจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อปะการัง
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗ ประกอบมาตรา ๓ และมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกอบมาตรา ๓๒แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงมีคําสั่งในการกําหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรปะการัง บริเวณ ๗ พื้นที่ ได้แก่ (๑) เกาะมันใน จังหวัดระยอง (๒) เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๓) เกาะเหลื่อม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๔) เกาะไข่ จังหวัดชุมพร (๕) เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต (๖) แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต และ (๗) เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต ตามแผนที่แนบท้ายคําสั่งนี้ ดังนี้
ข้อ ๑ ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง
ข้อ ๒ ห้ามทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล น้ําเสีย มลพิษ ลงในทะเล ที่อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ําทะเลอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง
ข้อ ๓ ห้ามการขุดลอกร่องน้ําในแนวปะการัง
ข้อ ๔ ห้ามการกระทํากิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดตะกอนลงสู่แนวปะการังอันจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อปะการัง
ข้อ ๕ ห้ามค้นหา ล่อ จับ ได้มา เก็บสัตว์น้ํา หรือการกระทําใด ๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อล่อ จับ ได้มา หรือเก็บสัตว์น้ําในบริเวณแนวปะการัง
ข้อ ๖ ห้ามการให้อาหารปลาและสัตว์น้ําในแนวปะการัง
ข้อ ๗ ห้ามการเดินเหยียบย่ําปะการัง
ข้อ ๘ ห้ามการเก็บหรือทําลายปะการัง เว้นแต่การกระทําเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการ
ข้อ ๙ บุคคล หรือผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดําน้ําตื้นจะต้องไม่กระทําการใด ๆ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง
ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยวดําน้ําลึก ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเท่ียวจากสํานักทะเบียนธุรกิจนําเที่ยวและมัคคุเทศก์ และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและหลักการของสถาบันการเรียนการสอนดําน้ําสากล
ข้อ ๑๑ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคําสั่งนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘
ข้อ ๑๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ ดําเนินการตามคําสั่งนี้ ตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้ตามกฎหมายภายในท้องที่รับผิดชอบ
ข้อ ๑๓ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปและมีระยะเวลาบังคับใช้จนกว่าสถานการณ์ปะการังฟอกขาวจะกลับสู่สภาวะปกติ และความเสียหายระงับสิ้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง





