ฟุตบอลยูโรปาลีก นัดชิงชนะเลิศที่เมืองบาเซิล
สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ลงสนามพบเซบีญา แชมป์เก่า 2 สมัยซ้อนจากสเปน โดยผู้ชนะนอกจากจะได้แชมป์แล้วยังเป็นการชิงโควตาไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้าด้วย ครึ่งแรกหงส์แดงครองเกมได้ดีและได้ประตูนำนาที 35 จากดาเนียล สเตอร์ริดจ์ แต่ครึ่งหลังแค่ 18 วินาทีแรก เควิน กาเมโร ยิงตีเสมอ 1-1 ก่อนจะมาได้อีก 2 ลูกจาก โคเก นาทีที่ 64 กับ 70 ทำให้จบเกม เซบีญา พลิกกลับมาชนะ 3-1 คว้าแชมป์ถ้วยนี้ 3 สมัยติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และครองแชมป์เป็นสมัยที่ 6 พร้อมทั้งยังได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มในฤดูกาลหน้าทันที
หลังการแข่งขัน ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยอมรับว่าทีมแผ่วในครึ่งหลัง แต่ก็ไม่ต่อว่าลูกทีมและขอยอมรับความผิด ที่ไม่สามารถทำให้ทีมเล่นในเกมของตัวเองได้
“ประตูตีเสมอที่เสียเร็วทำให้เสียความเชื่อมั่น เกิดความสับสน เสียระบบ แต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดการทีม คุณต้องตำหนิตัวเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น มันเป็นงานของผมในการช่วยให้ทีมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น” คลอปป์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม คลอปป์ เชื่อว่าเกมนี้ทีมขาดโชค เพราะมีหลายจังหวะที่เซบีญาทำแฮนด์บอลในเขตโทษแต่ไม่ได้ลูกจุดโทษ
“ทุกคนบอกผมเกี่ยวกับเรื่อง 2 แฮนด์บอลในครึ่งแรก วันนี้มีการตัดสินที่ตัดสินเกมได้ถึง 4 ครั้ง แต่เป็นการตัดสินที่ไม่เข้าข้างพวกเราในนัดชิงชนะเลิศ เมื่อเกมมันสูสีคุณต้องการโชคเล็กน้อยในเกมชิงชนะเลิศ มันชัดเจนว่าทีมจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างในปีหน้า มันชัดเจนว่าเราจะมีการซื้อนักเตะเข้ามา แต่อย่างแรกคือเราต้องใช้ประสบการณ์นี้ เพราะผมมั่นใจว่าเราจะเข้าชิงชนะเลิศอีกแน่ และในคราวหน้าเรารู้ว่าเราต้องทำให้ดีขึ้น" คลอปป์ กล่าว





