ทนายความ พร้อมด้วยญาตินายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการขาที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ร้องผบ.ตร.เพิ่มข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วย นางทองคำ ศรีจันทร์ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ มารดากับหลานชาย และลูกชายของ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการขาที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น 7 คน รุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผ่าน พล.ต.ต. ศักดา วิริศิริยานนท์ รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี เพื่อขอให้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย พิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) กับผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย
นายอนันตชัย กล่าวว่า พยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พบว่า 2 ใน 7 ผู้ต้องหา มีการโทรศัพท์เรียกพวกมา และมีการจัดเตรียมอาวุธมาเพื่อทำร้ายผู้ตายด้วย จึงเชื่อว่าเป็นการเตรียมการไว้เรียบร้อย และมีเวลามากพอที่จะไตร่ตรอง ทำให้เข้าองค์ประกอบความผิดฆ่าโดยไตร่ตรองเอาไว้ก่อน ดังนั้นจึงมาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อให้ข้อหานี้เข้าสู่การกระบวนการพิจารณาของศาลด้วย ส่วนจะผิดถูกอย่างไรอยากให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน เพราะหากไม่แจ้งข้อกล่าวหา ศาลก็ไม่สามารถตัดสินกรณีนี้ได้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ติดใจการทำงานของพนักงานสอบสวนของ สน.โชคชัย และเชื่อว่าพนักงานสอบสวนคงจะไม่เข้าข้างผู้ต้องหา ขณะเดียวกันเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานครบถ้วนแล้ว การมาร้องขอความเป็นธรรมครั้งนี้ไม่ใช่การทำตามกระแสสังคม แต่ต้องการให้คดีเกิดความเป็นธรรม ส่วนกระแสการขอโอนย้ายสำนวนคดีไปกองบังคับการปราปปราม(บก.ป.)นั้น ยืนยันว่าไม่มีความคิดดังกล่าว
ด้านนายเมธัส กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้(16 พ.ค.)เพื่อต้องการทวงความเป็นธรรมแก่ญาติของตน ทั้งยังเกรงว่าหากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไป โดยที่ยังไม่มีการแจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อาจจะทำให้ความยุติธรรมและพยานหลักฐานต่าง ๆ ลดลง จนเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุได้
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้สำนักงานตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้ต้องหากี่ราย ถ้าหากเข้าข่ายมีความผิดก็ต้องดำเนินการ ส่วนการตั้งข้อกล่าวหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น ต้องดูพยานหลักฐานด้วยว่ามีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ โดยคดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งว่า ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานตำรวจก็ต้องดำเนินการ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการอยู่แล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น





