เหตุน้ำผลิตประปาเค็มเกิน ด้าน"ปทุมธานี" ปิดประตูริมเจ้าพระยากันน้ำทะเลเข้าสถานีสูบน้ำดิบสำแลแล้ว แหล่งผลิตน้ำประปากรุงเทพฯฝั่งตะวันออก
จากปัญหาภัยแล้งทำให้หลายฝ่ายเริ่มห่วงน้ำดิบที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำประปา เพื่อส่งให้ประชาชนนำมาอุปโภคบริโภค ขณะที่สถานีสูบน้ำดิบสำแล ต.บ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาของชาวกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีการเฝ้าระวังปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามายังสถานีสูบ เพราะตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้วัดความเค็มที่เกินกว่ามาตรฐานกำหนดไว้ที่ 0.25 กรัมต่อลิตร ได้ทุกวัน
ซึ่งปกติเมื่อค่าความเค็มเกินกว่าค่ามาตรฐาน สถานีสูบน้ำดิบสำแล จะหยุดสูบน้ำเข้าสถานีสูบน้ำดิบ แต่เมื่อค่าความเค็มเกินกว่ามาตรฐานบ่อยครั้ง คือเกินกว่า 0.25 กรัมต่อลิตร การประปานครหลวงจึงปรับขึ้นค่ามาตรฐานความเค็มเป็น 0.50 กรัมต่อลิตร แต่ชาวกรุงเทพมหานคร ยังไม่ได้รับผลกระทบจากความเค็มที่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา สามารถวัดค่าความเค็มที่หน้าสถานีสูบน้ำสำแลได้สูงขึ้นถึง 0.55 กรัมต่อลิตร ทางสถานีสูบน้ำดิบสำแลจึงต้องหยุดสูบน้ำเข้าสถานีสูบน้ำดิบเป็นระยะเวลา 5 ชั่วโมง
จากการสอบถาม นายวินัย เนตรพระฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกระแชง อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เวลานี้ค่าความเค็มของน้ำเกินกำหนดค่ามาตรฐาน ได้ประสานไปยังการประปานครหลวงให้หยุดสูบ จนกว่าชลประทานจะปล่อยน้ำเพื่อไล่น้ำเค็มออกไป ขอให้ชาวกรุงเทพวางใจ สถานีสูบน้ำสำแล และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกระแชง จะร่วมกับการประปานครหลวงดูแลการผลิตน้ำประปาอย่างดีที่สุด
นายวินัย เชื่อมั่นว่า ทั้งการประปาและชลประทาน สามารถรับมือภัยแล้งนี้ได้ แต่ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัดเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะขณะนี้คุณภาพของน้ำประปายังอยู่ในค่ามาตรฐาน ปัจจุบันประตูน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็ยังคงปิดทุกประตู เพื่อไม่ให้น้ำเค็มเข้ามา และประสานกับชลประทานกรณีน้ำเน่าเสีย ให้เปิดประตูระบายน้ำเน่าออกช่วงที่ค่าความเค็มลดลง





