ตำรวจจับกุมคนร้ายปล้นรถขนเงินบริษัทแซมโก้ ได้เงินสดไป 8.8 ล้านบาท
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์จากพนักงานขนเงิน บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพัทยาใต้ เมืองพัทยาได้เงินสดไปจำนวน 8.8 ล้านบาท แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ซึ่งภายหลังจากการเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อคนร้าย จึงขออนุมัติหมายจับจังหวัดพัทยาทัน
ทั้งนี้ คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน .38 SUPER และหัวกระสุนปืน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้มีการประชุมแบ่งงาน เพื่อตรวจสอบที่มาของอาวุธปืน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาว น้ำเงิน ดำ หมายเลขทะเบียน ฬกบ-183 กทม. ซึ่งรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผู้ต้องหาซื้อมาในราคา 6,000 บาท โดยผู้ต้องหาสำรวจเส้นทางการก่อเหตุ 3 วันก่อนลงมือ และในช่วงปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหายังนำเงินไปซื้อรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎย-3201 กทม. จำนวน 1 คัน ในวงเงิน 550,000 บาท พร้อมทั้งนำเงินสด จำนวน 5,900,000 บาท และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปเก็บไว้ที่ท้ายรถอีกด้วย
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่า เป็นผู้ก่อเหตุเพียงลำพัง ซึ่งได้แนวคิดการชิงเงินมาจากการดูละคร การดูภาพยนตร์ในโทรทัศน์ จึงเลียนแบบไปก่อเหตุ และเงินที่ได้นั้นก็นำไปซื้อรถยนต์เก๋งป้ายแดง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิด,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤกติการณ์และยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชนโดยใช่เหตุ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบข้อมูลของ นายอิทธิเดช ผู้ต้องหารายนี้ พบว่า มีหมายจับอีก 4 หมายของศาลจังหวัดพิจิตร และศาลจังหวัดกำแพงเพชร ทั้งข้อหาครอบครองยาเสพติดและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า อยากจะขอฝากคดีดังกล่าวไว้เป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่ว่าจะมีคดีอะไรเกิดขึ้นต้องจับคนร้ายให้ได้





