“พล.อ.อนุพงษ์” ชมสภากทม. จัดเสวนาโต๊ะกลม ย้ำให้ทำงานด้วยความกลมเกลียว ยึดปชช.เป็นหลัก เล็งนำร่องท้องถิ่นกว่า 7 พันแห่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากห้องเทเวศร์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการเสวนาและให้นโยบายสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาส วันสถาปนาสภากรุงเทพมหานคร ครบรอบ 43 ปี โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร กทม. เข้าร่วมเสวนา
ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สมาชิกสภากทม.มีความมุ่งมั่นทำงาน ถึงแม้จะมีจำนวนจำกัด แต่จะใช้ประสบการณ์ที่มี ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยเน้นลงพื้นที่บริการประชาชนให้รวดเร็ว ตามนโยบายของภาครัฐ
ขณะที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ภารกิจของกทม.เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ มีความสลับซับซ้อนและครอบคลุมทุกชีวิตที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันภารกิจมีความเปลี่ยนแปลง เพราะประชาชนให้ความคาดหวัง ทั้งนี้ 7 ปีที่ผ่านมา ทำหน้าที่บริหารพบว่าประชาชนให้ความสำคัญเรื่องคงามปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น มีการฝากความคาดหวังไว้ที่กทม. ดังนั้นสิ่งสำคัญในการทำงานคือความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ที่จะต้องเดินหน้าร่วมกันในทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงบประมาณเท่านั้น แต่การเป็นหูเป็นตา การให้คำแนะนำ เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานเพื่อประชาชน
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กทม. ไม่เพียงดูแลและรับผิดชอบเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนเท่านั้น แต่กทม. จะต้องดูแลกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยที่มีประชากรแฝงอยู่ในกรุงเทพฯหลายล้านคน มีระบบสาธารณูปโภคหลายอย่างที่ต้องดูแล ทำให้การทำงานมีความยาก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกัน โดยการเสวนาในวันนี้มีการจัดโต๊ะกลม ซึ่งเห็นไม่บ่อยนัก การทำงานแบบนี้เป็นการทำให้ประชาชนเห็นการทำงานที่ดี ไม่ใช่ทำงานให้ประชาชนเห็นแต่ความขัดแย้ง ดังนั้นเมื่อจัดโต๊ะกลมแล้ว ขอให้การทำงานมีความกลมเกลียว ไม่ขัดแย้งกัน และให้ยึดประชาชนเป็นหลัก เพื่อดูแลคุณภาพชีวิต ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง ความปลอดภัย ตามหลักธรรมาภิบาล โดยตนจะนำแนวทางดังกล่าวไปใช้กับท้องถิ่นอื่นอีก 7,000 กว่าแห่ง
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามตนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่สภากทม.และฝ่ายบริหาร ซึ่งกทม.ก็ดำเนินการอย่างเรียบร้อย ไม่เคยมีการหาผลประโยชน์หรือมีนัยยะทางการเมือง แต่ทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ
สำหรับหัวข้อการเสวนา ประกอบด้วย 1. การพัฒนาการบริหาร การบริการของกรุงเทพมหานครและการมีส่วนร่วมภาคประชาชน 2. แนวทางการเสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างสภากรุงเทพมหานครกับฝ่ายบริหาร
รวมทั้ง การนำข้อคิดเห็นจากการสัมมนามาร่วมหารือแนวทางปฏิบัติเพื่อการขับเคลื่อนการทำงาน ในปี 2560 ของสภากรุงเทพมหานครและฝ่ายบริหาร





