วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดคนร้ายจี้ชิงเงินแบงก์ เตรียมตัวมาดี เร่งตรวจวงจรปิด

ตร.เชื่อคนร้ายจี้ชิงเงินธ.กสิกรไทย เตรียมตัวมาดีและศึกษาเส้นทางหนี เร่งตรวจวงจรปิดเพิ่มเติม

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืน บุกเดี่ยวเข้าไปชิงทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย สาขาเฉลิมพระเกรียรติ ซอย 4 เขตประเวศ กทม. โดยได้กล่องเงินจำนวน 3 กล่อง มูลค่า 1.65 ล้านบาท ก่อนที่จะหลบหนีไปตามทางเส้นทาง ศรีอุดม โดยใช้รถจักรยานยนต์ไม่ติดทะเบียน ในพื้นที่ สน.บางนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา

ที่สน.บางนา เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 เมษายน พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคลี่คลายคดีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้พนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขาเฉลิมพระเกียรติ ซอย 4 แขวงหนองบอน เขตประเวศ พร้อมประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.สุพัชร พึ่งพวง ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปนัดดา รองผกก.สส.สน.บางนา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.น.5 และสน.บางนา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ต.อิทธิพล เปิดเผยว่า ขณะนี้เชื่อว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายคงมารออยู่บริเวณรัศมีที่มองเห็นได้ว่าพนักงานธนาคารหิ้วเงินออกมา เพื่อที่จะใส่ในตู้เอทีเอ็ม โดยคนร้ายจะต้องอยู่ในจุดที่จะมาถึงได้ในเวลา 1 นาที 34 วินาที หลังจากพนักงานเดินถือเงินออกมาประมาณ 1.34 นาที ก็เกิดการชิงทรัพย์แล้ว ตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่ได้อยู่บริเวณนั้นจะรู้ได้อย่างไร จะมาได้เร็วได้อย่างไร อาจจะมีคนอื่นร่วมชี้เป้า หรือคนร้ายอยู่ตรงนั้นแล้วมองเห็นเอง ซึ่งถ้ามาด้วยตนเองก็จะต้องมาวนเวียนอยู่หลายรอบ ดูจนมั่นใจก่อนจะลงมือก่อเหตุ เพราะธนาคารแห่งนี้จะผิดจากธนาคารอื่นๆ ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานใหญ่ต้องมาส่ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาด้วย แต่สาขานี้พนักงานจัดการกันเอง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารสาขาดังกล่าวก็เพิ่งออกไปเมื่อเดือนมีนาคม แต่จากการสอบปากคำพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์เชื่อว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ออกไปไม่น่าจะใช่คนร้าย เนื่องจากหากเป็นคนร้ายจริงพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ 3 คน ก็จะจำลักษณะได้ และจากการสอบปากคำก็ทราบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนได้กลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัด จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง

พล.ต.ต.อิทธิพล เปิดเผยว่า นอกจากนี้ยังเชื่อว่าคนร้ายคงจะเตรียมการมาอย่างดี มีการศึกษาทางหนีทีไล่ว่าจะต้องหลบหนีไปทางไหนถึงจะไม่เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ได้ให้ตำรวจกระจายกำลังลงไปในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในพื้นที่ย่านต.บางแก้ว, อ.สำโรงเหนือ,พื้นที่รอยต่อของจ.สมุทรปราการ, เขตประเวศ และพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุมีความเป็นไปได้ว่าลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือมากกว่า 1 คนก็มีความเป็นไปได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานให้มีความชัดเจนก่อน ส่วนเส้นทางหลบหนีก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันหยุดบริษัท ห้างร้านต่างๆ ก็ปิด แต่ก็มีภาพวงจรปิดบางส่วนที่ได้มาแล้วก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะใช้เส้นทางผ่านแยกศรีอุดมถึง 70-80% ส่วนคนร้ายจะมุ่งหน้าไปทางซ้ายหรือขวา ก็ต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดให้ชัดเจนอีกครั้ง นอกจากนี้จะนำคดีเก่ามาตรวจสอบว่าเคยมีคดีลักษณะนี้บ้างไหม และคดีเกี่ยวกับรถหาย ซึ่งจะนำหลักฐานมารวบรวมประมวลอีกครั้ง ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงาน เชื่อว่าจะต้องติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้