ตร.เร่งไล่ล่า "แท็กซี่บุคคล" เขียวเหลือง หลังขับชนจยย.สาวโรงงาน ทำให้เสียชีวิตและเพื่อนอีกคนสาหัส
เมื่อเวลา 17.00น. วันที่17 เมษายน ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ คำทุย รอง สว. (สอบสวน) สน.ภาษีเจริญ รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน กระเด็นไปชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย1แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม แพทย์เวร รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุ อยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย1เป็นถนน2เลน ฝั่งมุ่งหน้าถนนบรมราชชนนี ใกล้เคียงกับร้านอาหารบ้านตะเกียงดาว ที่บริเวณเลนขวาสุด เจ้าหน้าที่พบต้นไม้ข้างทางมีรอยถูกชนอย่างแรง โดยมีกันชนรถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์เทายี่ห้อ นิสสันตกอยู่ ห่างไปประมาณ5เมตร พบรถยนต์เก๋ง นิสสัน รุ่น มาร์ช สีบรอนซ์เทา ทะเบียน2กน193กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน กระจกฝั่งที่นั่งคนขับแตกกระจัดกระจาย ส่วนด้านหลังมีร่องรอยถูกชนอย่างแรงจนไฟท้ายด้านซ้ายแตก
ตรวจสอบใกล้กันพบผู้เสียชีวิต เป็นหญิง1ราย ทราบชื่อต่อมา น.ส.วิภา เพชรทอง อายุ31ปี อยู่บ้านเลขที่175หมู่ที่4ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย นอนเสียชีวิต สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้น สีส้ม นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล มีบาดแผลศีรษะแตกและคอหัก นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกราย ทราบชื่อ น.ส.กรรณิกา สามัคคี อายุ34ปี เป็นเพื่อนของน.ส.วิภา ถูกนำตัวส่งรพ.เกษมราษฎร์ บางแค
สอบสวน นายสรรค์พิริย์ ก้อนอินทร์ อายุ28ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต ให้การว่า น.ส.วิภา ทำงานโรงงานแห่งหนึ่ง แถวพุทธมณฑลสาย1 พักอาศัยอยู่ย่านเพชรเกษม ก่อนเกิดเหตุ น.ส.วิภา ได้ขับรถออกมากับเพื่อนจากที่พัก โดยบอกว่าจะไปจ่ายค่างวดรถ ซึ่งห่างจากที่พักประมาณ1กม.พอจ่ายค่างวดรถเสร็จก็โทรศัพท์บอกตนว่ากำลังจะกลับบ้านแล้ว ก่อนที่เวลาจะผ่านไปสักพัก จนกระทั่ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรแจ้งว่า พี่สาวตนประสบเหตุรถชนติดค้างอยู่ในรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำออกมาปั๊มหัวใจเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้
ด้าน ร.ต.อ.อิทธิพันธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถของผู้ตายวิ่งมาตามถนนโดยใช้เลนขวาสุด ต่อมา มีรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน มช 8913 ขับตามมาในช่องเลนซ้ายด้วยความเร็ว ก่อนจะพยายามแซงหน้า แต่ไม่พ้น รถแท็กซี่คันดังกล่าวจึงชนท้ายรถผู้ตายอย่างจัง ส่งผลให้รถผู้ตายกระเด็นไปชนกับต้นไม้ ส่วนรถแท็กซี่หมุน ก่อนที่จะขับหลบหนีไปทางถนนบรมราชชนนี โดยที่ไม่ได้ลงมาดูหรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด โชคดีที่มีพลเมืองดีแม้จะสกัดจับไม่ทัน แต่ก็สามารถถ่ายภาพรถแท็กซี่ดังกล่าวไว้ได้
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรที่รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต หลังจากนี้ จะรอให้คนเจ็บอาการดีขึ้น เพื่อสอบปากคำ พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส เพื่อเร่งติดตามตัวโชเฟอร์แท็กซี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนเรื่องที่ผู้ตายมีนามสกุลเหมือนกับนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งนั้น ตนไม่ทราบว่าทั้งสองเป็นญาติกันหรือไม่ เนื่องจากพยานไม่ได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้.





