กทม.ออกแผนป้องกันน้ำท่วมปี 59 เตรียมกระสอบทราย 3.3 ล้านใบ บึงรับน้ำ 25 แห่ง พร้อมเร่งลอกท่อระบายน้ำเเล็วเสร็จมิ.ย.นี้
นางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะรองโฆษกกทม. กล่าวถึงมาตรการป้องกันน้ำท่วมของกทม. ว่า ขณะนี้สำนักการระบายน้ำได้รายงานแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้เตรียมความพร้อม ประกอบด้วย พื้นที่ 50 สำนักงานเขตได้ดำเนินการทำความสะอาดท่อระบายน้ำความยาว 2,854 กม. ดำเนินการไปแล้วกว่า 52 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จครบทั้งหมดภายในเดือนมิ.ย.นี้ ในส่วนสำนักการระบายน้ำจะทำความสะอาดท่อระบายน้ำความยาว 876 กม. ขณะนี้ทำไปได้แล้วกว่า 46 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิ.ย.เช่นกัน นอกจากนี้สำนักการระบายน้ำ และ 50 สำนักงานเขตได้จัดเตรียมกระสอบทรายไว้กว่า 3.3 ล้านใบ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขณะที่การขุดลอกคลองและเปิดทางน้ำไหล ทั้ง 50 สำนักงานเขต ที่มีคลองที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 1,107 กม. ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 804 กม. คิดเป็น 73 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสำนักการระบายน้ำมีคลองที่ดำเนินการ 189 กม. ดำเนินการไปแล้ว 137 กม. คิดเป็น 72 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำได้เตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ ทำนบ อาคารรับน้ำ จำนวน 447 แห่ง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยมีกำลังสูบทั้งสิ้น 1,753.00 ลบ.ม.ต่อวินาที แบ่งเป็นพื้นที่ฝั่งตะวันออก สามารถระบายน้ำได้ 1,171.67 ลบ.ม.ต่อวินาที และฝั่งตะวันตก ระบายน้ำได้ 581.33 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนเครื่องสูบน้ำ ทั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์ มีจำนวน 1,652 เครื่อง สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการติดตั้งและสนับสนุนในพื้นที่ต่างๆ ไปแล้วกว่า 1,000 เครื่อง ส่วนที่เหลือจะได้เตรียมไว้ให้การสนับสนุนหน่วยงานตามที่ได้มีการร้องขอ ขณะที่บึงรับน้ำที่มีอยู่แล้วจำนวน 25 บึง สามารถเก็บกักน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม. และบึงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 บึง ที่บึงรับน้ำหมู่บ้านสัมมากร รับน้ำได้ 227,000 ลบ.ม. และบึงรับน้ำเสรีไทย รับน้ำได้ 89,700 ลบ.ม.
“อย่างไรก็ตาม ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงาน อาทิ เรดาร์ตรวจจับกลุ่มฝน สถานีตรวจวัดปริมาณ ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมบนถนน ระบบเฝ้าระวังน้ำล้นคลอง ระบบตรวจสภาพอากาศ ระบบตรวจวัดอัตราการไหลของน้ำ ระบบตรวจสอบการทำงานเครื่องสูบน้ำมาทำงานร่วมกันด้วย” นางเบญทราย กล่าว





