"ม.ล.ปนัดดา" เปิดเผย! หลังคุย "ศิริพร" ลูกสาวคนโต "แม่ประนอม" ชี้ลูกเคารพแม่ ลั่นเป็นศัตรูมุ่งร้าย เชื่อหาวันเวลาเหมาะสมพูดคุยกัน
จากกรณีที่นางประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาแม่ประนอม ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความเป็นธรรม ภายหลังเจ้าตัวถูกลูกสาวแท้ๆ ฮุบกิจการหรือไม่ จนกระทั่งม.ล. ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกโรงขอเป็นกาวใจความสัมพันธ์นี้ให้
เมื่อเวลา14.30 นวันที่ 1เม.ย. ม.ล.ปนัดดา ได้เดินทางมาที่บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 12 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. เพื่อเป็นคนกลางประสานการพูดคุยระหว่างแม่กับลูกให้สานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างเดิม โดยมีกลุ่มสื่อมวลชนหลายแขนงได้มารอรอทำข่าว บริเวณด้านหน้าของโรงงาน ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนจัด และไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพหรือสัมภาษณ์ภายในโรงงานได้
ซึ่งภายในโรงงานที่ผลิตน้ำพริกเผา เป็นทั้งโรงงานและบ้านพักของนางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโตของนางประนอม ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกหลังเกิดกรณีความขัดแย้งในครอบครัวเกี่ยวกับการโอนหุ้นธุรกิจน้ำพริกเผา
การพูดคุยระหว่างม.ล.ปนัดดา กับนางศิริพร ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านหน้าโรงงาน โดยม.ล.ปนัดดา ระบุว่า วันนี้ได้เข้าไปพูดคุยกับนางศิริพรเป็นการส่วนตัว เพื่อสอบถามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น และเท่าที่ฟังทั้งสองฝ่ายอยากปรับความเข้าใจกัน เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้พูดคุยกันโดยตรง จะพูดผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น แต่สัมผัสได้ว่านางประนอมและนางศิริพร ยังมีเยื่อใยต่อกัน ซึ่งจะมีการพูดคุยกันโดยตรงในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ยังไม่สามารถระบุว่าวันไหน ส่วนคดีความที่ฟ้องร้องกันอยู่ ยังอยู่ในขบวนการยุติธรรมของกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้จะต้องรายงานไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นระเบียบต้องรายงานทุกเรื่องอยู่แล้ว
“สำหรับวันนี้ได้พบปะกับคุณศิริพรก็รับทราบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นเรื่องของน้ำจิตน้ำใจที่ลูกมีต่อแม่ เมื่อวันก่อนได้ฟังคุณแม่มีต่อลูกถือเป็นเรื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายอยากจะมีน้ำใจไมตรีต่อกัน และน่าจะนำไปสู่การพบปะในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับคุณยายประนอมว่าจะสะดวกเมื่อไรและจะนัดกันอย่างไร ส่วนตัวบุตรสาวก็คงจะหาวันเวลาที่เหมาะสมที่จะพูดคุยกัน จากที่คุยกับทั้ง2ท่านก็มีความปรารถนาที่จะพบกันมาก แม่ก็รักลูก ลูกก็เคารพแม่ ผมกล้าพูดได้เลยว่าเป็นความปรารถนาดีที่มีต่อกันและไม่เห็นว่าจะเป็นศัตรูมุ่งร้ายต่อกัน ”รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี




