ปส.รวบ2เครือข่ายยาเสพติด ได้ผู้ต้องหา7ราย ของกลางยาบ้ารวม1ล้านเม็ด ชี้ส่งให้ผู้ค้ารายใหญ่ภาคใต้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เมษายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร., พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส., พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส., พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ผบก.ปส.4, ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติด 2 คดี รวมผู้ต้องหา 7คน
คดีแรก ตำรวจบก.ปส.2 บช.ปส. จับกุม นายกิตติศักดิ์ แก้วนา อายุ 41 ปี ชาว จ.สกลนคร นายปิยะ เครือหมื่น อายุ 30 ปี ชาวจ.สกลนคร นายชัยวัตน์ ศรีปัญญา อายุ 40 ปี ชาวจ.สกลนคร นายวิษณุพงษ์ ดวนลี อายุ 31 ปี ชาวจ.นครพนม และนายพุทธรัก เพ็งอินทร์ อายุ 22 ปี ชาวจ.สกลนคร พร้อมของกลาง ยาบ้า 324 มัด จำนวน 648,000เม็ด เฮโรอีน 720 กรัม รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีขาว ทะเบียน 1ฒง8200 รถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีเทา ทะเบียน บพ 594 สกลนคร รถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ก2441 อุดรธานี และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง
พล.ต.ต.ไชยยา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยามาจากจ.นครพนม โดยใช้รถกระบะ 3 คัน (ของกลาง) กระทั่งวันที่ 30 มีนาคม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบรถทั้ง 3 คัน ขับอยู่ในพื้นที่ จ.นครพนม,สกลนคร และอุดรธานี มุ่งหน้าจ.นครราชสีมา ต่อมาพบรถกระบะ 2 คันขับไปจอดหน้าศูนย์อาหารภายในปั๊มน้ำมันห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์กิจ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ก่อนที่นายกิตติศักดิ์ นายปิยะ และนายชัยวัฒน์ จะลงมาจากรถกระบะทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบยาบ้าและเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ใต้พื้นกระบะ ต่อมาขยายผลจนสามารถจับกุมนายวิษณุพงษ์ และนายพุทธรักษ์ โดยทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพ
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า,เฮโรอีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีต่อไป
คดีที่ 2 ตำรวจบก.ปส.4ร่วมกับปปส.จับกุม นายชาญชัย หรือเฮ่อ หรือชัย แซ่วาง อายุ28 ปี และนายวัฒนา หรือเปา โชติพัฒน์กุล อายุ 24ปี ทั้งสองเป็นชาวจ.เชียงราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 400,000 เม็ด ยาไอซ์ หนัก 8,764 กรัม และโทรศัพท์ 3 เครื่อง
พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า คดีนี้ได้รับแจ้งจากสายลับว่าได้ทำการล่อซื้อยาบ้าและยาไอซ์จากนายชาญชัย โดยนัดส่งยากันในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่30มีนาคม กระทั่งถึงเวลานัดพบว่านายชาญชัยวางกระเป๋า 4 ใบ ซึ่งบรรจุยาทิ้งไว้บริเวณริมถนนทางกลับรถพหลโยธิน ต.หันตรา จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง ต่อมานายชาญชัยโทรศัพท์มาหาสายลับเพื่อรับเงินค่ายาบ้าและไอซ์ จำนวน 5 ล้านบาท โดยนัดหมายที่สนามบินดอนเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามไปจับกุมนายชาญชัยไว้ได้ ก่อนจะขยายผลจนจับกุมนายวัฒนาเช่นกัน จากการสอบสวนทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพ
เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้า,ไอซ์)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่า ของกลางที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในครั้งนี้เป็น ยาเสพติดที่ผลิตจากโรงงานเดียวกัน และนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ และทางภาคอีสาน เพื่อนำไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้ โดยในส่วนของคดีที่ 1นั้น ยาถูกบรรจุในหีบห่อสีเหลือง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหีบห่อ แสดงว่ารับมาจากโรงงานแบบนี้ น่าจะส่งให้ผู้ค้ารายใหญ่ในภาคใต้ ขณะที่คดีที่ิ2 เป็นถุงเล็กๆสีดำ แสดงว่ามีการแบ่งมาจากห่อใหญ่ ใช้สก็อตเทปพัน น่าจะส่งให้ลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้สังเกตได้ว่าจะเริ่มมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านฝั่งภาคอีสานเนื่องจากทางภาคเหนือเจ้าหน้าที่กวดขันกวาดล้างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตำรวจจะเฝ้าระวังและเดินหน้ากวาดล้างในส่วนของภาคอีสานต่อไป





