ผบช.ภ.1ชี้ คดีเสี่ยซิ่งเบนซ์ชนดับ2ศพ คืบหน้า80% จ่อโทษทางวินัย "ผกก.-รองผกก." สภ.พระอินทร์ราชา
จากกรณี พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง สว.(สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนพหลโยธิน ขาออก มุ่งหน้าสระบุรี กม.53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย จึงไปตรวจสอบพบรถเก๋ง ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู บริษัท ลัคโซติค ออโตโมทีฟ เป็นคนขับ ชนกับรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า ที่ไฟลุกไหม้วอดทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกอยู่ภายใน ทราบชื่อภายหลังคือ นายกฤษณะ ถาวร 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย อายุ 34 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นนักศึกษาปริญญาโท
ล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 31 มี.ค. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีว่า ล่าสุดสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 30ปาก ตนกำชับให้ตำรวจทุกนายทำงานตรงไปตรงมา ขณะนี้สำนวนคืบหน้าไปแล้ว 80เปอร์เซ็นต์ มั่นใจในพยานหลักฐานว่าสามารถสั่งฟ้อง เพื่อเอาผิดกับผู้ก่อเหตุได้ ยืนยันไม่หนักใจในการทำงาน
ทั้งนี้ในส่วนของคำสั่งโยกย้าย พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ สุขสวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง รองผกก.(สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ไปปฏิบัติงานที่ศปก.ภ 1 นั้น ล่าสุด พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุปผา รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างทำรายงานชี้แจงมายังตน โดยเบื้องต้นตำรวจทั้ง 2 นายคงไม่ถูกดำเนินคดีทางอาญา แต่จะมีโทษทางวินัยและทางปกครองในเรื่องการบกพร่องการทำงานในกรณีไม่ดูแลใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาและล่าช้าในการรับเรื่องดำเนินการ คาดว่าผลจะมาเร็วที่สุด




