วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิโก้'ให้ปธ.เทคนิควางแผน เตรียมทัพช้างศึก

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย

 ฝากประธานเทคนิค วิทยา เลาหกุล จัดการแผนเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ทั้งระยะเวลาเก็บตัวในแต่ละนัดและเกมอุ่นเครื่อง ขณะที่ “รมว.กีฬา” นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ฝากแนวทางพัฒนาวงการฟุตบอล เน้นความสามัคคี และร่วมมือกันในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดยคว้าแชมป์กลุ่ม เอฟ ได้สำเร็จ ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลเตรียมเรียก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชวิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายเทคนิค และผู้เกี่ยวกับทุกฝ่ายเข้าหารือแผนการเตรียมทีมชาติไทยในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เวลา 10.00 น.

“ซิโก้” เปิดเผยว่าต้องทำการบ้านในการศึกษาการเล่นของทีมที่ผ่านเข้ารอบ 12 ทีมทั้งหมด เพื่อศึกษาดูว่าทีมไหนมีระบบการเล่นเป็นอย่างไร แม้จะยังไม่รู้ว่าจะได้อยู่ร่วมสายเดียวกันหรือไม่ ซึ่งหลังจากหารือกับนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลและประธานฝ่ายเทคนิคแล้วก็น่าจะได้ข้อสรุป

“ทุกคนรู้ดีว่าการจะไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะต้องเตรียมทีมอย่างไร ฉะนั้นก็อยากฝากให้ประธานฝ่ายเทคนิคเป็นผู้ดูแลทั้งระยะเวลาการฝึกซ้อมและเกมกระชับมิตรว่าควรต้องอุ่นเครื่องกับใคร ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุดทั้งเรื่องอาหารการกิน ที่พัก โดยก่อนหน้านี้ท่านนายกสมาคมบอกว่าอยากให้นักฟุตบอลลงสนามฝึกซ้อมเตรียมแข่งขัน เดินล้วงกระเป๋าขึ้นเครื่อง ก็อยากให้เป็นอย่างนั้น"

สำหรับ 12 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ 3 ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย มีดังนี้ แชมป์กลุ่ม 8 ทีม ซาอุดีอาระเบีย, ออสเตรเลีย, กาตาร์, อิหร่าน, อุซเบกิสถาน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไทย และอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 4 ทีม คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จีน, ซีเรีย, อิรัก โดยสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี จะจับสลากแบ่งสายในวันที่ 12 เมษายนนี้ ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนทัล กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยพร้อมตัวแทนสภากรรมการ เดินทางเข้าพบนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีกระทรวงการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมสนับสนุน ช่วยเหลือเพื่อให้การพัฒนากีฬาฟุตบอลในทุกๆ ด้านก้าวไปสู่ระดับสากล และฝากแนวคิดกรอบการทำงานไว้ 3 เรื่อง

“1.ขอให้สมาคมกีฬาฟุตบอลบริหารงานเป็นมาตรฐานสากลแบบมืออาชีพและมีแผนงานที่จะพัฒนาองค์กรไปในทิศทางเดียวกันทั้งระบบพร้อมๆ กัน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว 2.อยากให้ช่วยสร้างความสามัคคี ร่วมแรงรวมใจกัน เพื่อยกระดับวงการฟุตบอลไทยและต้องไม่หยุดฝัน เพราะความฝันคือสิ่งที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนก้าวไปข้างหน้า และ 3.บูรณาการความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬาฟุตบอลกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย และกรมพลศึกษา หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีศักยภาพ และพร้อมเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาบุคลากร พัฒนานักกีฬาให้มีประสิทธิภาพสู่ระดับสากล”