"กรมชลประทาน" โต้ "สมิทธ" ยืนยันมีน้ำใช้เพียงพอถึงต้นเดือนส.ค. แต่ขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่ประมาท
นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอุทกวิทยา และโฆษกกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิภัยพิบัติ ออกมาเตือนประชาชนว่าน้ำหมดเขื่อน และหน่วยงานรัฐปิดข่าวว่า ไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อมูลน้ำของกรมชลประทานเผยแพร่ทั้งหมดสามารถไปดูได้ตลอดเวลาในเว็บไซต์ของกรมฯ ทั้งนี้ในข้อเท็จจริงปริมาณน้ำในเขื่อนข้อมูล 2 อย่าง โดยปริมาณที่มีอยู่จริง ณ วันนี้ เขื่อนภูมิพลมีน้ำ 4,649 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่เป็นน้ำที่สามารถใช้การได้ 849 ล้านลบ.ม. ซึ่งหมายความว่าระดับน้ำตายอยู่ที่ 3,800 ล้านลบ.ม.ที่นำมาใช้ไม่ได้ ส่วนเขื่อนสิริกิติ์มีอยู่ 4,370 ล้านลบ.ม. เป็นน้ำตาย2,850 ล้านลบ.ม. เพราะฉะนั้นใช้การ 1,520 ล้านลบ.ม. ซึ่งหมายความว่าเป็นตัวเลขน้ำที่สื่อสารต่อประชาชน คือน้ำใช้การได้จริง ไม่ได้ปิดบัง เวลาพูดออกสื่อจะบอกแต่น้ำใช้ได้ ซึ่งวันนี้มีน้ำใช้การได้ 3,068 ล้านลบ.ม. รวม 4 เขื่อนใหญ่ คือเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย และป่าสักชลสิทธิ์ ระบายวันละ 18 ล้านลบ.ม. นับจากนี้ไป 67 วัน จนถึงสิ้นเดือนเม.ย.
ดังนั้นการระบายน้ำเพียงพอ ใช้ทุกกิจกรรมอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ ผลักดันน้ำเค็มให้สวนผลไม้ต่างๆในลุ่มเจ้าพระยา ขอยืนยันว่าน้ำมีพอใช้ในฤดูแล้งและสำรองน้ำไว้จนถึงต้นฤดูฝนเดือนส.ค.นี้ สำหรับกรณีฝนมาล่าช้าไว้ด้วย จะไม่มีปัญหาแน่นอน
ส่วนการบริหารจัดสรรการใช้น้ำตามจุดควบคุมต่างๆเป็นไปตามแผนวัดระดับที่จ.นครสวรรค์ ถึงท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยค่าความเค็มที่อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เวลานี้ยังอยู่ที่ระดับ 0.15 กรัมต่อลิตร น้อยกว่าค่าการควบคุมที่ 0.25 กรัมต่อลิตร ส่วนการปิดประตูระบายน้ำคลองต่างๆ ตั้งแต่จ.ปทุมธานี จนถึงกรุงเทพฯนั้น เป็นการบริหารน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงแต่ละรอบเดือนๆสองครั้ง ต้นเดือนและปลายเดือน ซึ่งเดือนนี้หนุนสูงตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา และสูงสุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ช่วงหนุนสูงขอความร่วมมือประตูระบายน้ำ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ปิดประตูเพื่อไม่ให้ความเค็มรุกล้ำคลองต่างๆ และไม่ให้น้ำจืดดันน้ำเค็มเข้าไปในระบบ ถ้าน้ำจืดเข้าประตูจะไม่พอดันน้ำเค็ม ทำให้ค่าความเค็มจุดที่ควบคุมสูงขึ้นได้ แต่เวลาน้ำลงก็เปิดประตูได้ เพื่อรับน้ำจืดเข้าไปหล่อเลี้ยง รักษาระบบนิเวศ เป็นการบริหารตามน้ำขึ้นน้ำลง ควบคุมแบบเข้มงวด มิฉะนั้นกำลังน้ำจืดไม่พอดันน้ำเค็ม ต้องใช้มาตรการเสริมเพื่อควบคุมเพราะน้ำเรามีน้อย





