ที่ประชุมครม. อนุมัติขยายเวลาก่อหนี้ผูกพันที่กันไว้เบิกเหลื่อมของปีงบฯ 55-57 จากสิ้นสุดธ.ค. 58 เป็นมี.ค. 59 รวม 3,697 ล้านบาท
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ในวันนี้ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอขอขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 2555-2557 ที่ขยายให้จนถึงธันวาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น พบว่า มีบางโครงการที่ต้องดำเนินการต่อ เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กำหนดราคา จัดทำ TOR ประกาศขายแบบ เป็นต้น โดยแบ่งเป็น โครงการที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายเงินงบประมาณในปีดังกล่าวได้ทัน 31 ธันวาคม 2558 ซึ่งโครงการที่ไม่สามารถก่อหนี้ได้ทันภายใน 31 ธันวาคม 2558 มีมูลค่ารวม 3,697.01 ล้านบาท
สำหรับอีกส่วน คือ โครงการที่ครม.มีมติให้พับไปแล้ว คิดเป็นวงเงิน 8,677.14 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานที่กระทรวงการคลังขอดำเนินโครงการต่อไป รวม 32 หน่วยงาน คิดเป็นเงิน 3,766,25 ล้านบาท และโครงการที่ครม.ได้มีมติให้พับไป 69.24 ล้านบาท ให้ขยายต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2559 และหากพ้นจากช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยงานใดยังไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ให้เงินงบประมาณดังกล่าวพับไป
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ครม.เคยมีมติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์การขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณ ปี 2555-2557 โดยให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ไปจนถึงกันยายน 2558 สำหรับรายการเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีประจำงบประมาณดังกล่าว ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่จะลงนามในสัญญาได้ทันภายในวันทำการสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2558 และรายการค่าใช้จ่ายที่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินการเองให้เบิกจ่ายเสร็จสิ้นภายในวันทำการสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2558
นอกจากนี้ ครม.เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับทราบผลการพิจารณาการอนุมัติขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันในปีงบประมาณดังกล่าว ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี และอยู่ในหลักเกณฑ์การขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 ซึ่งรวมถึงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันได้ถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2558 ที่หน่วยงานของรัฐแจ้งว่าสามารถดำเนินการได้ทันภายในเวลาที่กำหนด รวม 14,239.52 ล้านบาท และอนุมัติให้ขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันเงินงบประมาณดังกล่าวที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ แต่หน่วยงานของรัฐแจ้งว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ 5,640.94 ล้านบาท ไปจนถึงวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม 2559 ส่วนที่เหลืออีก 1,179.59 ให้พับไป





