วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.ถกแผนแก้ภัยแล้ง 19 เขต

กทม.ถกแผนแก้ภัยแล้ง 19 เขต เตือนรับมือปัญหา 6 ด้าน เน้นเฝ้าระวังไฟไหม้หญ้า เสี่ยงติดบ้านเรือนปชช.

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งกรุงเทพฯ ในพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพฯกลาง และกรุงเทพฯใต้ โดยมีหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้แก่ สำนักการระบายน้ำ สำนักพัฒนาสังคม สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมด้วยผู้แทนจากกลุ่มเขตกรุงเทพฯกลาง ประกอบด้วย เขตดินแดง ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท พระนคร ราชเทวี วังทองหลาง สัมพันธวงศ์ และห้วยขวาง ส่วนกลุ่มเขตกรุงเทพฯใต้ ได้แก่ เขตคลองเตย บางคอแหลม บางนา บางรัก ปทุมวัน พระโขนง ยานนาวา วัฒนา สาทร และสวนหลวง นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้ผู้บริหารเขตกลุ่มเขตกรุงเทพฯกลาง และกลุ่มเขตกรุงเทพฯใต้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามปัญหาภัยแล้งอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เขต โดยเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง และคาดการณ์ปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.ปัญหาจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 2.น้ำเค็ม 3.ไฟไหม้หญ้าหรือกองขยะในที่รกร้างว่างเปล่า 5.น้ำเพื่อการเกษตร 5.สาธารณสุข และ 6.ถนนทรุดตัว ถึงแม้กลุ่มเขตกรุงเทพฯกลางและกรุงเทพฯใต้จะเป็นพื้นที่เขตชั้นใน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเค็ม และถนนทรุดตัว แต่กทม.จะต้องเตรียมแผนป้องกันและรับมือทุกด้านหากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรง พร้อมทั้งลงพื้นที่รณรงค์ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในร่วมกันประหยัดน้ำ และดูแลสุขอนามัยในช่วงฤดูแล้งนี้ นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาไฟไหม้หญ้าและการลักลอบเผาขยะในพื้นที่รกร้างในช่วงฤดูแล้ง จำเป็นต้องเฝ้าระวังโดยกำชับให้สำนักงานเขตเข้าไปจัดเก็บขยะในพื้นที่ว่างที่ประชาชนลักลอบเอาขยะไปทิ้ง พร้อมทั้งดำเนินการกับผู้ลักลอบทิ้งขยะในที่สาธารณะตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 รวมถึงให้ประสานเจ้าของที่ดินรกร้างเพื่อเข้าไปจัดทำแนวกันไฟไหม้หญ้าเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนใกล้เคียง นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้บ้านในช่วงฤดูร้อนจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจร อีกทั้งรณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ไม่ชำรุดที่สำคัญให้ประสานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสถานีดับเพลิงในพื้นที่ ลงพื้นที่ให้ความรู้ประชาชนในการดูแลความปลอดภัยจากอัคคีภัยภายในอาคารบ้านเรือนช่วงฤดูร้อนด้วย