จับสาววัย36อ้างมูลนิธิปวีณา สารภาพตุ๋นเหยื่อโอนเงินนับล้าน

"ปวีณา" ร้องกองปราบฯ ด้านตร.รุดจับสาววัย36อ้างชื่อมูลนิธิปวีณาฯ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินเสียหายนับล้าน ผู้ต้องหาสารภาพทำมาแล้วหลายราย
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 มกราคม พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รรท.ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และผู้เสียหาย 5 ราย แถลงข่าวผลการจับกุม น.ส.วิไลลักษณ์ หรือโบว์ อินทรพิทักษ์ อายุ 36 ปี ชาวท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ จ.30/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559 ในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมของกลาง บัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ และโทรศัพท์มือถือ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยข้าวมันไก่ หมู่ 1 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก
พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหารายนี้สืบเนื่องจากทางผู้แทนมูลนิธิปวีณาฯ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ว่า มีผู้แอบอ้างเป็นจ้าหน้าที่มูลนิธิดังกล่าว หลอกลวงผู้เสียหายที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ ค่ารักษาพยาบาล , ค่าอาหารเลี้ยงดูแมว สุนัข จรจัด ฯลฯ โดยโพส ข้อมูลการขอความช่วยเหลือไว้ตามเว็บไซต์ หรือในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จากนั้นผู้ต้องหาก็จะอ้างว่าทางมูลนิธิปวีณาฯ จะให้ความช่วยเหลือโดยจะโอนเงินให้ 2 แสนบาท แต่ต้องมีค่าธรรมเนียม และต้องชำระภาษี จึงขอให้ผู้เสียหายโอนเงินในส่วนนี้มาให้ก่อนเป็นจำนวนตั้งแต่ 14,000-17,000 บาท ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้หลายราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
พล.ต.ต.ชาญ กล่าวต่อว่า หลังจากผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ในหลายท้องที่ อาทิ สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี , สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ , สภ.เมืองสมุทรสาคร , สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี และ สน.คลองตัน ส่วนทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน บก.ป.จากนั้นชุดสืบสวน กก.2 บก.ป.ได้เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนจะมีการขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ตาก จึงวางแผนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด โดยหลังจากนี้ทางชุดสืบสวนจะเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาก่อนจะอายัดเงิน และขยายผลทางคดีหากพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่อไป
นางแอ๊ว (นามสมมติ) ชาว จ.ชลบุรี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อประมาณปลายเดือนธันวาคม 2558 ตนเคยประกาศขอความช่วยเหลือทาเว็บไซต์แห่งหนึ่ง เนื่องจากบุตรสาววัย 2 ขวบ 9 เดือน ป่วยเป็นโรคเม็ดเลือดผิดปกติ มีอาการกระดูกพรุน ปวดตามข้อ ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ อย่างต่อเนื่อง มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่มีรายได้น้อย ต่อมาทางผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ติดต่อมาโดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และว่านางปวีณา พร้อมจะช่วยเหลือเป็นเงิน 3 แสนบาท และอาจจะพิจารณาให้ตนเข้าทำงานที่มูลนิธิฯ อีกด้วย แต่ตนต้องหาเงินมาโอนให้เป็นค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม และภาษี จำนวน 15,000 บาท แต่ตนบอกไปว่าขณะนี้ยังไม่มีเงิน ผู้ต้องหาก็จะเร่งรัดโดยหว่านล้อมต่างๆ นานา จนตนรู้สึกกดดันและที่สุดก็หาเงินมาโอนไปให้เพราะหวังเงินความช่วยเหลือ แต่แล้วเพียงครึ่งชั่วโมง หลังจากโอนเงินไปก็ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้อีก เมื่อแน่ใจว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง
ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุลักษณะนี้ และมีผู้เสียหายแจ้งข้อมูลมายังมูลนิธิฯ ตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พาผู้เสียหายพร้อมข้อมูลหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความกับทาง บก.ป.ทันที โดยประสานผ่านทาง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.ซึ่งต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งเร่งรัดดำเนินการกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ อย่างไรก็ดี ตนอยากจะแจ้งว่าขณะนี้มีขบวนการที่แอบอ้างลํกษณะนี้เกิดขึ้นหลายราย จึงขอให้อย่าหลงเชื่อ หรือกรณีของผู้ที่มีจิตกุศลอยากจะบริจาคเงินให้กับมูลนิธิฯ ก็ขอแจ้งว่าทางเราไม่มีการเปิดบัญชีในชื่อของบุคคลทั่วไป แต่อย่างใด จะมีเพียงบัญชีธนาคารในชื่อมูลนิธิฯ เท่านั้น หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกหลอกลวง สามารถเข้าชี้ตัวเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ที่ บก.ป.
จาการสอบสวน น.ส.วิไลลักษณ์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยคิดวิธีการและทำเพียงลำพังคนเดียว โดยจะหาข้อมูลตามเว็บไซต์ และตามเฟซบุ๊ก ที่มีการร้องขอความช่วยเหลือจากบุคคลทั่วไป เมื่อได้ข้อมูลว่าผู้เสียหายต้องการความช่วยเหลือด้านใดแล้ว ก็จะแอบอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิซึ่งให้การช่วยเหลือในด้านนั้นๆ เช่น มีผู้เสียหายกำลังต้องการทุนในการเลี้ยงดูเด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาส ก็จะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิเทพผดุงพร ซึ่งได้มาจากรายการโทรทัศน์ “บุญไม่จำกัด” ว่าพร้อมจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือ แต่ผู้เสียหายต้องโอนเงินเป็นค่าดำเนินการ โดยจะอ้างเป็นค่าธรรมเนียม เงินภาษี มาให้ก่อน อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่แล้วผู้เสียหายจะแจ้งว่าไม่มีเงินรายได้พอที่จะโอนให้ หรือไม่หลงเชื่อถือ
น.ส.วิไลลักษณ์ ให้การต่อว่า อย่างไรก็ดี หากตนอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิปวีณาฯ ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเชื่อถือยอมหาทางโอนเงินค่าธรรมเนียม มาให้ ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุมาเป็นเวลากว่า 10 เดือน และจำไม่ได้ว่ามีผู้เสียหายกี่ราย ที่หลงเชื่อ ส่วนเงินที่ได้มาก็จะนำไปใช้หนี้พนันและเที่ยวเตร่ โดยไม่แน่ใจว่ามียอดรวมเป็นจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากเมื่อมีการโอนเงินมาตนก็จะกดเงินออกมาใช้ทันที ทั้งนี้ ตนอยากจะขอโทษผู้เสียหายทุกรายที่ตนได้หลอกลวงไป ซึ่งขณะนี้สำนึกผิดแล้ว ยืนยันว่าจะไม่กระทำผิดซ้ำอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทางผู้ต้องหาได้ยกมือขึ้นไหว้ขอโทษกลุ่มผู้เสียหายที่เดินทางมาร่วมชี้ตัวและแถลงข่าวในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังก้มลงกราบขอโทษ นางปวีณา หลังจากได้อ้างชื่อมูลนิธิฯ ไปหลอกลวงเหยื่อ ซึ่งนางปวีณา ได้บอกกล่าวให้ผู้ต้องหาเลิกกระทำการลักษณะเช่นนี้อีก เพราะเปรียบเสมือนการซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออยู่ จากนั้นทางชุดจับกุมได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







