กทม.หวั่นประชาชนกระทบราคา โยน"เคที"เคาะค่ารถ"บีอาร์ที" 1 ก.พ.นี้
นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการครบกำหนดปรับขึ้นราคาค่ารถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ(บีอาร์ที)ในวันที่1ก.พ.2559ตามประกาศกรมการขนส่งทางบก ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เห็นความเดือนร้อนของประชาชนในการเดินทาง โดยในส่วนของรถประจำทางด่วนพิเศษบีอาร์ที มีผู้โดยสารประมาณ20,000คนต่อวัน ผู้โดยสาร30 เปอร์เซ็นต์เป็นเด็กนักเรียน ซึ่งทำให้ระบบมีความหนาแน่นในช่วงเปิดเทอมและบางเบาลงในช่วงปิดเทอม แต่กทม.ได้พยายามขยายระบบการเดินรถมาโดยตลอด แต่มีปัญหาและอุปสรรคในหลายประเด็น อาทิ เส้นทางเดินรถที่ต้องใช้ร่วมกับรถยนต์ทั่วไป จึงมีนโยบายเก็บค่าโดยสารที่ราคา5 บาทมาโดยตลอดจนสิ้นสุดระยะเวลาเมื่อวันที่31ธ.ค.2558ซึ่งสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ได้ขอขยายเวลาต่อไปจนถึง31 ม.ค. 2559โดยกรมการขนส่งทางบกได้ทำหนังสือแจ้งว่าอนุมัติตามที่กทม.เสนอ แต่ไม่ได้หมายความว่า กทม.จะต้องเก็บค่าโดยสารเต็มอัตราในวันที่1ก.พ.2559
นายอมร กล่าวต่อว่า กทม.ได้ส่งเรื่องให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด(เคที) วิสาหกิจ กทม. พิจารณาว่าจะเรียกเก็บค่าโดยสารตามอัตราที่ทางกรมการขนส่งกำหนดไว้หรือไม่ แต่อุปสรรคของการปรับค่าโดยสารมีหลายเรื่อง อาทิ การปรับเปลี่ยนซอฟแวร์ของระบบเก็บค่าโดยสารจากราคา5 บาทตลอดสาย เป็นราคาตามระยะทางการใช้ตั๋วร่วมระบบแรกของประเทศไทยระหว่างการเดินทางในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสและระบบบีอาร์ที ซึ่งปัจจุบันใช้ตั๋วแรบบิท หากเปลี่ยนเป็นการเก็บค่าโดยสารตามระยะทางอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้ได้มอบให้กรุงเทพธนาคมพิจารณาด้านเทคนิคว่าจะเริ่มได้ทันทีหรือไม่นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากขอให้คงราคาเดิมเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงเป็นการตัดสินของผู้ว่าฯกทม.ว่าจะเห็นชอบหรือมีแนวทางเก็บค่าโดยสารในระบบบีอาร์ทีให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่าจะเก็บค่าโดยสารตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกในวันที่1ก.พ.2559ซึ่งจะอยู่ที่ราคา13-19 บาทหรือไม่ แต่มีความเป็นไปได้หลายแนวทางทั้งการขอขยายเก็บราคาค่าโดยสารคงเดิม หรือขยับราคาตามความจำเป็น อาทิ ราคา10 บาทเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
"ระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษบีอาร์ทีเป็นโครงการนำร่องทำให้การบริหารโครงการมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็เป็นระบบการเดินทางที่มีความปลอดภัยสูงมาก โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ดำเนินการมีผู้ประสบอุบัติเหตุจากระบบเพียง 2 ครั้งซึ่งหากเปรียบเทียบระหว่างค่าบริหารจัดการระบบกับความปลอดภัยที่ได้รับ คิดว่าเป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจ การลดค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือว่าคุ้มค่ามาก นอกจากนี้ตัวรถบีอาร์ทียังมีความสูงเท่ากับชานชาลาของสถานีทำให้ผู้โดยสารที่ใช้รถวีลแชร์สามารถต่อเชื่อมใช้บริการได้เลย เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกคน"นายอมร กล่าว





