วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ5ราย 'ขบวนการยาบ้า' ยึดของกลางกว่า3แสนเม็ด

ตำรวจภาค5 ขยายผลรวบขบวนการค้ายาบ้า ได้ผู้ต้องหา5ราย ยึดของกลางกว่า 3 แสนเม็ด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค.ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.ประจวบ วงษ์สุข ผบก.ภ.จว.พะเยา, นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ปปส.ภาค 5 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คนได้แก่ นายมาโนช ทองหล่อ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 7 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ, น.ส.ปวีณา โกมลพิภัทร อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224/1 หมู่ 9 ต.นาครัว อ.แม่ทะ ลำปาง, นายภานุ สิงโตแดง อายุ 33 อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, นายวิชาญ ทองใบ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, น.ส.อรนุช อินทร์หอม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 5 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี

สnบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มนายทุน ติดต่อว่าจ้างสายลับให้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดในเขตพื้นที่ จ.พะเยา ไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาในเขต จ.ปทุมธานี จึงได้มีการประสานการปฎิบัติเพื่อวางแผนให้สายลับรับงานตามที่กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้ติดต่อว่าจ้าง จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 12.00 น. สายลับได้แจ้งให้ชุดจับกุมทราบว่านายทุนดังกล่าวได้จอดรถกระบะสีดำ รอส่งมอบยาบ้าที่บริเวณป่าละเมาะข้างถนนหมู่ที่ 12 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังโดยรอบบริเวณ 1 ชุด อีก 1 ชุดได้วางแผนเข้าทำการจับกุมและเมื่อชุดจับกุมได้ไปถึงปรากฏว่ารถกระบะสีดำได้ขับหนีออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว ไม่สามารถติดตามจับกุมได้ทัน

จากการตรวจสอบพบกระสอบปุ๋ย 2 กระสอบ วางปะปนกับถุงปูนและกองขยะ จึงได้เปิดกระสอบปุ๋ยทั้งสองตรวจสอบ พบห่อลักษณะคล้ายห่อยาบ้า ผลการตรวจสอบเป็นยาบ้าจำนวน 317,000 เม็ด จึงได้ทำการบันทึกตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา เพื่อขยายผลการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ. 5 และกก.สส.ภ.จ.พะเยา ประสานการปฏิบัติ บก.สกส.บช.ปส. โดยให้สายลับทำการติดต่อโทรศัพท์กับผู้รับยาบ้าปลายทางให้มารับยาบ้าจำนวน 317,000 เม็ด ที่บริเวณตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในวันที่ 17 ม.ค.เวลา 07.00 น. ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกับกุมจึงได้นำยาบ้าที่ตรวจยึดใส่ไว้ในรถยนต์ ไปจอดไว้ที่ลานจอดรถตลาดไท เพื่อรอให้ผู้รับมารับยาบ้าในรถยนต์ ต่อมาเวลา 07.30 น. ได้มีรถเก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ป้ายทะเบียนแดง ฐ 3892 กรุงเทพมหานคร มาจอดข้างรถยนต์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำยาบ้าใส่ไว้ และพบว่าผู้ขับขี่เป็นชาย ได้ลงจากรถเก๋งและตรงเข้าไปเปิดประตูรถยนต์บรรทุกยาบ้าดังกล่าวและได้นำเอายาบ้า จำนวน 2 ถุง ไปใส่ไว้ในรถเก๋งที่ขับขี่มา

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมตัวชายดังกล่าว พร้อมด้วยยาบ้าของกลางจำนวน 317,000 เม็ด ตรวจสอบแล้วทราบชื่อ นายมาโนช ทองหล่อ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบว่าหากให้การอันเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลการจับกุมจะได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ซึ่งนายมาโนชได้ของรับประโยชน์ โดยได้รับสารภาพว่าตนเองได้รับการว่าจ้างจาก น.ส.ปวีณา โกมลพิภัทร ทางโทรศัพท์ให้มารับยาบ้าดังกล่าว โดยเคยรับงานมาจาก น.ส.ปวีณา มาก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนได้ขับขี่รถยนต์เก๋งมาคนละคันมารอที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ปวีณา ไม่ได้เข้าไปรับยาบ้าเอง ให้นายมาโนช ขับรถยนต์เก๋งเข้าไปรับเอายาบ้านในตลาดไท โดย น.ส.ปวีณา จะขับขี่รถยนต์เก๋งอีกคันรออยู่ด้านนอกตลาดไท ให้นายมาโนช ขับรถยนต์เก๋งเข้าไปรับเอายาบ้าในตลาด

โดย น.ส.ปวีณา จะขับรถอีกคันรออยู่ด้านนอกตลาดไท และนายมาโนชได้โทรศัพท์ประสานกับ น.ส.ปวีณาทางโทรศัพท์ทราบว่า น.ส.ปวีณากำลังขับขี่รถยนต์เก๋งจอดรออยู่ที่บริเวณถนนคลองหลวง ปทุมธานี เพื่อรอนำนายมาโนช ขึ้นทางด่วน นายมาโนชได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังจุดที่ น.ส.ปวีณา จอดรถรออยู่ ต่อมาเวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 17 ม.ค.ได้พบ น.ส.ปวีณาได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อเมอร์ซิเดสเบนซ์ สีขาว ทะเบียน ฆล 8231 กรุงเทพมหานคร จอดรออยู่ข้างถนน บริเวณหน้าร้านปรือทอง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเจ้าตรวจสอบ น.ส.ปวีณา โดย น.ส.ปวีณารับว่าเป็นคนว่าจ้างให้นายมาโนช ไปรับยาจำนวน 317,000 เม็ด ที่ตลาดไท และ น.ส.ปวีณาของรับประโยชน์ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดเช่นเดียวกับนายมาโนช

โดยให้การว่าได้มีการติดต่อจากผู้ว่าจ้างอีกทอดหนึ่ง ชื่อ เจ้านายใหญ่ ซึ่งติดต่อกันทางโทรศัพท์และทางไลน์ และได้รับการประสานว่าให้แบ่งยาบ้าจำนวน 30 มัด จำนวน 60,000 เม็ด ให้กับกลุ่มลูกค้าชื่อนายเปี๊ยก โดยให้ประสานกับนายเล็กซึ่งเป็นลูกน้องของนายเปี๊ยกทางโทรศัพท์ ซึ่งนายเล็กแจ้งว่าจะให้ลูกน้องขับขี่รถจักรยานยนต์มารับยาบ้าดังกล่าว โดยนัดหมายให้มารับยาบ้าที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. เขต ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมาเวลา 11.00 น. ได้มีชายไทยจำนวน 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดในปั๊มน้ำมัน โดยชายคนซ้อนท้ายได้เดินทารับยาบ้าที่สายลับจำนวน 30 มัด เมื่อรับยาเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมชายทั้ง 2 คน ทราบชื่อนายภาณุ สิงโตแดง และนายวิชาญ ทองใบ จากการสอบสวนให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายเล็กให้มารับยาบ้าจำนวน 30 มัดเพื่อไปส่งให้กับกลุ่มของนายเบ้อ ในท้องที่ อ.วังน้อย พร้อมกันนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ขอรับประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ

นายภาณุได้โทรศัพท์ประสานกับนายเบ้อ โดยนายเบ้อให้นำยาบ้า 30 มัดไปฝากไว้ที่ร้านขายซีดีภายในบริเวณร้านเค้กบ้านสวน 2 ต.สนับทึบ อ.วังน้อย พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำเอายาบ้าจำนวน 30 มัด นำไปฝากไว้ที่ร้านขายซีดี ต่อมาในเวลา 13.00 น.ได้มีหญิงขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดข้างร้านซีดีไปรับเอากระเป๋ายาบ้าเดินมาที่รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมสอบถามทราบชื่อน.ส.อรนุช อินทร์หอม

โดยให้การว่านายอภิชาติ พุ่มพวง ได้โทรศัพท์ให้มารับกระเป๋ายาบ้าที่ร้านขายซีดี แต่ขณะนี้ตนเองไม่อยู่จึงโทรศัพท์บอกหลานร้านที่อยู่ที่ร้านขายซีดีว่าจะมีคนเอากระเป๋ามาฝาก โดยไม่ได้บอกหลานว่าเป็นกระเป๋าอะไร ต่อมาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มารับกระเป๋าดังกล่าว และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมของกลาง และแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ในชั้นการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางเจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป