ผีแดงเยือนสโต๊คชี้ชะตา'ฟานกัล' หงส์รับมือจิ้งจอก

ผีแดงเยือนสโต๊คชี้ชะตา'ฟานกัล' หงส์รับมือจิ้งจอก

“ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ยังไว้ใจให้ เวย์น รูนีย์ ยืนหัวหอก

เยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี ในเกมชี้ชะตา หลุยส์ ฟาน กัล ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดบ็อกซิ่ง เดย์ วันที่ 26 ธ.ค. ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านมือ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ จ่าฝูง ด้าน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล มีลุ้นแซงนำหากบุกชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันบ็อกซิ่ง เดย์ วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม ลงนามครบทั้ง10 คู่ โดยคู่แรกเวลา 19.45 น. “ปีศาจแดง” แมนฯยูไนเต็ด ที่มี 29 แต้มจาก 17 นัด จะออกไปเยือน “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี ที่มี 23 แต้ม ซึ่งเกมนี้ถือเป็น 1 ในเกมที่ชี้ชาตะ หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดที่ทำทีมแพ้ติดต่อกันมา 3 นัด หากว่าแพ้อีกครั้งมีข่าวว่าจะถูกปลดจากตำแหน่งทันที หลังจากที่ล่าสุดบรรดาร้านรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษปิดรับแทงเรื่องการเด้งจากตำแหน่งไปเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของตัวผู้เล่นล่าสุด สภาพทีมเยือน แนวรับอาจจะยังไม่มี ลุค ชอว์ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่พักยาว รวมทั้ง มัตเตโอ ดาร์เมียน อีกคน ทำให้แนวรับยังใช้ แอชลีย์ ยัง, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิง และ ดาลีย์ บลินด์ ต่อไป แดนกลางบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ยังติดโทษแบนเป็นนัดสุดท้าย และ เจสซี ลินการ์ด กับ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ยังเจ็บ ทำให้ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, มารูยาน เฟลไลนี และ อันเดร์ เอร์เรรา เป็นตัวเลือกที่จะเล่นกับ ไมเคิล คาร์ริก ส่วนแนวรุกแม้ว่า เวย์น รูนีย์ จะฟอร์มไม่ดีมาหลายนัด ยังคงได้รับโอกาสเป็นกองหน้าตัวเป้า ทำให้ อองโตนี มาร์กซิยัล ต้องไปเล่นเป็นตัวริมเส้นร่วมกับ เมมฟิส เดปาย และมี ฆวน มาตา เป็นตัวสอดแทรก

ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บอยู่บ้าง แนวรับจะไม่มี เชย์ กิฟเว่น นายทวารมือ 1 กับ มาร์ค มูเนียซา กองหลัง ขณะที่แดนกลาง สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ กับ เจฟฟ์ คาเมรอน ยังลงไม่ได้เช่นเดียวกันแนวรุกที่ขาด ปีเตอร์ เคราช์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า แต่ยังมี ไรอัน ชอว์ครอสส์ เด็กเก่าผีแดง คุมแนวรับ รวมทั้ง เกลน วีแลนด์, มาร์โก ฟาน กินเคล เล่นตรงกลาง รวมทั้ง เชอร์ดาน ชาคิรี, อิบราฮิม อัลเฟลลาย, มาร์โก อาร์เนาโตวิช และโบยาน ที่พร้อมกำลังดีเล่นเกมรุก

ขณะที่ในเวลา 22.00 น. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แข่ง 17 มี 24 แต้ม อยู่อันดับ 9 เปิดแอนฟิลด์ พบกับ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ จ่าฝูง ที่มี 38 แต้ม เจ้าถิ่นของ เจอร์เกน คลอปป์ ต้องเจอกับปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บเต็มทีม โดยเฉพาะแนวรับต้องลุ้นทดสอบความฟิต ซิมง มิโญเลต์ นายทวารมือ 1 และ เดยัน ลอฟเรน แต่จะไม่มี มาร์ติน สเคอร์เทล ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าแน่นอน แดนกลางจะไม่มี เจมส์ มิลเนอร์ และแนวรุกยังขาดทั้ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และ แดนนี อิงส์ ยังคงต้องพึ่งพา อดัม ลัลลานา, เฟลิเป คูตินโญ และคริสเตียน เบนเตเก เช่นเดิม

ด้าน เลสเตอร์ ของกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี ต้องลุ้นความฟิตของ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ หากเล่นไม่ได้ แอนดี คิง จะมายืนคู่กับ เอ็นโคโล กองเต ส่วนเกมรุกใช้ชุดเดิมทั้ง มาร์ค อัลไบรตัน, ริยาร์ด มาห์เรซ, ชินจิ โอกาซากิ และ เจมี วาร์ดี

ส่วน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รองจ่าฝูงมี 36 แต้ม มีโอกาสแซงขึ้นนำจ่าฝูงตั้งแต่นัดนี้ หากว่า เลสเตอร์ ไม่ชนะ และสามารถบุกไปเอาชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ได้ในเวลา 00.30 น. ซึ่งทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่มี อเลกซิส ซานเชซ จะใช้ชุดเดิมที่ชนะ แมนฯซิตี 2-1 ทำให้แนวรุกจะเป็น ธีโอ วัลคอตต์, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ โจล แคมป์เบลล์ เป็น 3 ประสาน และมี เมห์ซุท โอซิล เป็นคนจ่ายบอลให้ทำประตู

ขณะที่ เซาแธมป์ตัน ยังไม่มี เฟรเซอร์ ฟอสเตอร์ นายทวารมือ รวมทั้งต้องลุ้นทดสอบความฟิต มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก นายทวารมือ 2 ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆยังขาด ฟลอริน การ์ดอส กับ เจย์ โรดริเกซ ที่ยังต้องพักต่อไป

โปรแกรมคู่อื่นในเวลา 22.00 น. แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์แฮม, บอร์นมัธ พบ คริสตัล พาเลซ, เชลซี พบ วัตฟอร์ด, แมนฯซิตี พบ ซันเดอร์แลนด์, สวอนซี พบ เวสต์บรอมวิช, สเปอร์ส พบ นอริช และ นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน