พบแล้ว! เด็กหายจากรพ.ร้อยเอ็ด พบที่โรงพยาบาลเอกชน หญิงอ้างคลอดเองแต่ผลตรวจเลือดไม่ตรงกัน ตร.ส่งดีเอ็นเอตรวจสถาบันนิติเวช คาด7วันรู้ผล
กรณีคนร้ายขโมยเด็กทารกที่ตึกคลอด ชั้น 2 หอผู้ป่วยสูติกรรม โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ระหว่างที่เข้าห้องน้ำ สอบถามพยาบาลไม่มีใครทราบ จึงแจ้งความกับพนักงานสอบสวนมาตรวจสอบ จากการสอบถามพยานแวดล้อม ระบุว่าพบผู้หญิงเดินมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้เตียงก่อนที่เด็กจะหายไป เจ้าหน้าที่ได้ตรวจภาพจากล้องวงจรปิดหน้าโรงพยาบาลพบเห็นหญิงต้องสงสัยวัย 30-40 ปีกำลังอุ้มทารกเดินออกไปจากโรงพยาบาล คาดว่าน่าจะเป็นคนก่อเหตุ จึงติดตามตัวมาเพื่อสอบสวน
ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. วานนี้ (23 ธ.ค.) 58 พ.ต.อ.สมชัย นิลจันทร์ ผกก.สืบสวนสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า ได้รับการติดต่อมาจากโรงพยาบาลร้อยเอ็ดธนบุรี ว่าพบมีผู้ต้องสงสัยคือ น.ส.รจนา สุภวิเศษ อายุ 30 ปี และนายนเรศ บุตรสอน สามี อายุ 30 ปี พร้อมครอบครัว อุ้มเด็กทารกหญิงเพิ่งคลอดเข้ามาพักรักษา พร้อมกับนำหลักฐานการฝากครรภ์ไว้กับโรงพยาบาลร้อยเอ็ดมาแสดง โดยอ้างว่าจะไปคลอดที่คลินิคแห่งหนึ่ง แต่ระหว่างทางลูกคลอดออกมาก่อน จากนั้นจึงพาลูกมารับการรักษาและพักฟื้นที่โรงพยาบาลเอกชน โดยเข้ารับการรักษาตัวที่ชั้น 7 ห้อง 7106 เมื่อพยาบาลตรวจร่างกายกลับพบความผิดปกติ โดยที่อ้างว่าคลอดลูกเองที่บ้าน แต่ร่องรอยการตัดสายสะดือ และรอยเย็บคล้ายมาจากฝีมือผู้เชี่ยวชาญ โดยคลอดจากโรงพยาบาล นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบหลักฐานการฝากครรภ์ มีเพียงสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเล่มสีชมพูที่หลักฐาน สามแผ่นแรกหายไป และมีรอยขีดฆ่าแก้ไขข้อมูล อีกทั้งสมุดดังกล่าวทาง รพ.ร้อยเอ็ด ได้แจ้งหายไว้แล้วเมื่อ 9 ธ.ค.2558 ที่ผ่านมา เมื่อตรวจเลือดพบว่าผลเลือดไม่ตรงกัน โดยผู้ที่อ้างว่าเป็นพ่อและแม่เด็ก มีเลือดกรุ๊ปโอ แต่เด็กมีเลือดกรุ๊ปบี เมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดธนบุรี ทราบข่าวว่ามีการขโมยตัวเด็กจากโรงพยาบาลร้อยเอ็ด จึงแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ
“จากการตรวจสอบญาติต่างยืนยัน ว่าเด็กเป็นลูกของ น.ส.รจนา หลังจากให้การกับตำรวจแล้ว นางไข่มุก บุตรสอน แม่สามีน.ส.รจนา ได้นำพนักงานสอบสวนไปขุดเอารกของเด็กที่บ้านผู้ต้องสงสัยเลขที่ 149 หมู่ 14 ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ที่ฝังไว้ที่บ้านมายืนยัน พบถุงใส่เศษเนื้อคล้ายรกเด็กถูกทำแท้งถุงเลือด และเสื้อผ้าเปื้อนเลือด จึงนำมาเป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ และเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นแม้พ่อ แม่ ของเด็กที่ไปรับการรักษายืนยันว่าเป็นลูกของตนเอง และปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการลักเด็ก พร้อมต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความจริง แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเด็กที่พบน่าจะเป็นเด็กที่ถูกลักพาตัวมา เพราะผลการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์หลายอย่างที่ไม่บ่งบอกว่าเป็นลูกจริง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและส่งผู้ต้องสงสัยตรวจพิสูจน์ ดี เอ็นเอ” พ.ต.อ.สมชัย กล่าว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นางอนงค์ วาธิคุณ และสามี มาดูเด็กที่ รพ.ร้อยเอ็ดธนบุรี โดยได้นำไปไปนอนรวมกับทารกเพิ่งคลอด 6 คน ทันทีที่เห็นหน้านางอนงค์ก็จำหน้าและรอยแดงข้างใบหูซ้ายของลูกสาวที่หายไปได้ เมื่อดูผลการตรวจเลือด ปรากฏว่ากรุ๊ปเลือดตรงกับเด็ก แต่ทางด้านนางสาวรจนา พร้อมครอบครัว ต่างก็ยืนยันว่า เด็กเป็นลูกของตน โดยไม่ได้ขโมยลูกใครมา และจะไม่ยอมให้เด็กเด็ดขาด แม้พนักงานสอบสวนพยายามเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพแล้วคืนเด็กไปให้กับแม่ที่แท้จริง แต่ทุกคนก็ไม่ยอมรับ
พ.ต.อ.สมชัย กล่าวว่า จากการภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลร้อยเอ็ด มีภาพของผู้ต้องสงสัยใกล้เคียงกันมาก หากผู้ต้องสงสัยไม่รับสารภาพก็จะประสานตรวจสอบขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดทุกกล้องเพื่อเป็นการยืนยันอีกครั้ง ในขณะเดียวกันจะเก็บชิ้นส่วนของทุกฝ่ายไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าใครคือพ่อแม่ที่แท้จริง เพื่อให้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนจากการตรวจดีเอ็นเอของทุกฝ่าย ซึ่งจะรู้ผลตรวจ จากสถาบันนิติเวช กรุงเทพมหานครใน 7 วัน รวมทั้งจะใช้หลักฐานพยานจากทั้งตัวบุคคลที่เห็นคนร้ายและจากกล้องวงจรปิดมายืนยันก่อนจึงจะตั้งข้อหา เพื่อการดำเนินคดี





