วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับยกแก๊งคอลฯนับ10คน หลอกขรก.เกษียณเสียหายอื้อ

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า10คน อ้างเป็นจนท.แบงก์-ตร. หาเหยื่อขรก.ใกล้เกษียณโอนเงินผ่านเอทีเอ็ม นานกว่า2ปีได้กว่าสิบล้านบ. พบผู้เสียหายจำนวนมาก

พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พร้อมด้วยผู้ใต้บังคับบัญชา และชุดจับกุม ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 นำโดย พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 แถลงข่าว จับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหลอกเหยื่อให้โอนเงิน นับ 10 คน พร้อมด้วยของกลางซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 30 เลขหมาย โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารและบัตร เอทีเอ็มหลายรายการ รวมทั้งสลิปเอทีเอ็ม

กลุ่มคนร้ายทั้งหมดจะแอบอ้างว่าเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนาคาร คนขับรถ เป็นคนกดเงินจากตู้ เป็นคนหาผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร เมื่อได้เหยื่อเป้าหมายโดยการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีพครู หรือข้าราชการใกล้เกษียณ จากนั้นหนึ่งในคนร้ายก็จะทำหน้าที่โทรศัพท์ไปหาเหยื่อแล้วบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ ซักถามเกี่ยวกับการเปิดบัญชีธนาคาร การทำบัตรเครดิต เมื่อเหยื่อคุยด้วยก็จะมีการโน้มน้าวต่างๆนานา


ล่าสุด เกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกแก๊งนี้โทรหาโดยคนโทรคนแรกเป็นผู้หญิงอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานแล้วถามว่าได้เปิดบัญชีหรือทำเครดิตการ์ดของธนาคารกรุงไทยที่สาขาอื่นๆหรือไม่ เพราะมีบัญชีที่เปิดวงเงิน 1 แสนบาท แต่ใช้ไปแล้ว 3 หมื่นบาท เมื่อเหยื่อคุยด้วยและบอกว่าไม่เคย ก็บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่คอยกำกับดูแลเรื่องฉ้อโกงนี้ และจะต้องทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส.เพราะเกรงว่าจะถูกเอาชื่อไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มค้ายาเสพติด จึงให้เหยื่อคุยกับคนร้ายที่อ้างว่าเป็นตำรวจ


และพูดโน้มน้าว รวมทั้งข่มขู่ให้เกรงกลัวว่าถ้าเกี่ยวพันกับพวกค้ายาเสพติดจะมีผลต่ออาชีพต่อชีวิตหลังเกษียณ ให้เหยื่อช่วยเหลือเพื่อล่อคนร้ายที่ปลอมบัญชีธนาคารหรือนำเอกสารของเหยื่อไปเปิดบัญชีทำบัตรเครดิต โดยการโอนเงินไปที่บัญชีธนาคารหรือให้นำเงินออกจากบัญชีของตัวเองให้หมด เหยื่อลงเชื่อ เพราะเกรงจะไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงไปที่ตู้เอทีเอ็มและกดรหัสตามที่คนร้ายบอกว่าเป็นการกดเลขรหัสล็อคบัญชีเพื่อไม่ให้คนร้ายถอนเงินออกไปได้ แต่มารู้ทีหลังว่าเลขที่กดนั้นเป็นบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้าย จนเหยื่อรายนี้สูญเงินให้คนร้าย 70,000 บาท และเมื่อรู้ว่าถูกหลอกจึงแจ้งความและชุดสืบได้สืบสวน จนสามารถติดตามจับคนร้ายได้ 10 คน แต่ยังมีหลบหนีเป็นผู้ชายอีก 3 คน โดยเฉพาะนายบี ที่เป็นหัวหน้าแก๊งและเป็นสมองหลักในการหาเหยื่อและวางแผนในการหลอกเหยื่อในแต่ละครั้ง


สำหรับแก๊งนี้ส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เมื่อมารู้จักกันที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ได้รับการแนะนำชักชวนกันจนมารู้จักกับนายบี ซึ่งได้ชักชวนสอนแนะนำการหลอกเหยื่อ จึงร่วมขบวนการด้วยกัน โดยวางตัวแต่ละคนให้แสดงละคร โดยมี 2 คนเป็นคนตระเวนหาคนรับจ้างเปิดบัญชี ค่าจ้าง 15,000 บาทต่อบัญชี จากนั้นก็จะตระเวนเปิดห้องตามโรงแรม โทรหาเหยื่อ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชี นายพูนศักดิ์ หรือเจ๊ศักดิ์ จะทำหน้าที่ไปกดเงิน โดยแต่ละครั้งจะปิดบังอำพรางใบหน้าโดยการใส่หน้ากากอนามัย เมื่อได้เงินก็จะหักค่ากดเงิน 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินทั้งหมด


แล้วโอนเงินเข้าบัญชีตามคำสั่งของนายบี เงินทั้งหมดก็จะถูกแบ่งให้กับทุกคนที่เหลือ ส่วนผู้เสียหายมีกระจายทั่วประเทศ หลายท้องที่ ทำมานานกว่า 2 ปี มีผู้เสียหายจำนวนมาก เพราะบางคนถูกหลอกให้โอนเงินนับแสนบาท ทำให้มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ปีมีมากหลายสิบล้านบาท


พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เริ่มจากบัญชีธนาคารที่เหยื่อโอนเงินให้ และขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้เกือบทั้งหมด นอกจากนี้ขอแจ้งให้ผู้ที่ถูกแก๊งนี้หลอกให้เสียทรัพย์ ได้ประสานที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 ซึ่งทราบว่ามีหลายรายที่ไม่กล้าไปแจ้งความ ทั้งนี้ขอฝากถึงประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อ ถ้ามีผู้โทรศัพท์เกี่ยวกับธนาคารให้ติดต่อกับสำนักงานใหญ่ของธนาคารหรือเกี่ยวกับตำรวจให้ติดต่อประสานไปที่สำนักงานตำรวจโดยตรง