เครือข่ายสกน.-ขปส. กว่า 100 คน เดินเท้าจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ มุ่งเข้าพบ "พล.อ.ประยุทธ์" ทวงถามการแก้ไปปัญหาที่ดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00น.วันนี้(22 ธ.ค.) ที่ลานด้านหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.)ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) หรือพีมูฟ จำนวนร่วม 100 คน นำโดย นายดิเรก กองเงิน แกนนำ สกน. ได้รวมตัวเคลื่อนไหวรณรงค์ มาตามสัญญา เดินก้าวแลก เพื่อปฏิรูปที่ดินไทย เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน และหยุดทบทวนนโยบายทวงคืนผืนป่า
โดยจะมีตัวแทน 4 คน ได้แก่ 1.นายแก้ว คำติ 2.นายสุแก้ว ฟุงฟู 3.นางคำใส ปัญญามี และ 4.นายสมบัติ ตุ้ยดง ที่เดินนำทางกลุ่มฯและตั้งปณิธานจะเดินด้วยเท้าอย่างเดียวจาก จ.เชียงใหม่ไปถึงกรุงเทพฯ เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง ขณะที่คนในกลุ่มที่เหลือบางส่วนก็จะร่วมเดินเท้าสลับกับขับรถยนต์หรือนั่งรถโดยสารติดตามและคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือระหว่างทาง โดยทั้ง 4 คนได้เริ่มเดินก้าวแรกเมื่อเวลา 09.29 น.ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ก็ได้มีการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ระหว่างทางจนสุดเขตตัว จ.เชียงใหม่อีกด้วย
นายดิเรก กองเงิน แกนนำ สกน. เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ สกน.และพีมูฟ ได้เคลื่อนไหวรณรงค์ เดินก้าวแลก เพื่อปฏิรูปที่ดินไทย ตั้งแต่วันที่ 9 เดือนพฤศจิกายน 2557 เรียกร้องให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะกรณีปัญหาที่ดิน อันเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบกับชีวิตเกษตรกรและกลุ่มคนยากไร้ ด้อยโอกาสในสังคมไทยมาช้านาน โดยเริ่มรณรงค์เดินก้าวแลก ที่วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ให้เกิดการปฏิรูปที่ดิน และรัฐบาลและ คสช.หยุดทบทวนนโยบายการทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่ง คส.ที่64/2557,66/2557 และแผนแม่บทป่าไม้ที่สร้างผลกระทบกับประชาชน จนนำไปสู่การเปิดเวทีเจรจากับหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวล้อมตำแหน่งในขณะนั้นเมื่อวันที่ 13 และ 17 พฤศจิกายน 2557
“นับจนถึงปัจจุบัน 409 วัน หรือผ่านไป 1ปี 44 วัน การแก้ไขปัญหาไม่มีความคืบหน้าแม้แต่ก้าวเดียว ชาวบ้านและชุมชน ก็ยังคงได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าตามแผนแม่บททั่วประเทศเหมือนเดิม ยังมีการจับกุม ยึดพื้นที่ ตัดพืชผลอาสินของชาวบ้านผู้ยากไร้ อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ เช่นการตัดฟันไร่ข้าวโพดของชาวบ้านห้วยหก อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ และการตัดฟันยางพาราบริเวณอุทยานถ้ำผาไท และเรียกค่าเสียหายกว่า 4.5 ล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน มีชาวบ้านเป็นผู้ต้องหากว่า 1,000 คน โดยไม่สามารถ ระบุได้ว่าใครเป็นนายทุน หรือเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน”นายดิเรก กล่าว
นายดิเรก กล่าวว่า แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ ดังกล่าว จึงไม่เป็นธรรมกับวิถีชีวิตประชาชนและไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยเฉพาะการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเพิ่มอีก 21 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ 43.5 ล้านไร่ จากเดิม 38.8 ล้านไร่ ภายในระยะเวลา 1 ปี อย่างเร่งรีบ โดยไม่มีการกันพื้นที่ของชุมชนเดิมก่อนการประกาศเขตอุทยาน ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยทำกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ต้องกลายเป็นคนร้าย และไร้ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย
นอกจากนั้น ยังได้รับทราบมาว่า ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือเวียนให้สำนักงานโฉนดชุมชนยุติการปฏิบัติงาน และเตรียมเสนอให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ เรื่องการจัดให้มีโฉนดชุมชน ซึ่งจะส่งกระทบต่อชุมชนที่ได้รับการส่งมอบพื้นที่แล้ว และชุมชนที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาก่อนหน้านี้
ดังนั้น สกน.และ ขปส.จึงมีข้อเรียกร้องเร่งด่วนถึง พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.การเร่งรัดแนวทางรับรองสิทธิชุมชนในการดูแลจัดการที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบ โฉนดชุมชน และให้ทบทวนและสั่งการให้สนง.โฉนดชุมชนปฏิบัติหน้าที่ต่อไป พร้อมทั้งผลักดันร่อง พ.ร.บ.สิทธิชุมชน ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยเร็ว 2.เร่งรัด โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน โดยขอให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทบทวนมติให้ยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(บจธ.)ขอให้ขยายเวลาไปอีก 5 ปีตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
3.ขอให้ชะลอการประกาศเขตอุทยานฯ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกันเขตพื้นที่ออกก่อนการประกาศเขต และแต่งตั้งคณะทำงานโดยมีองค์ประกอบของผู้แทนชุมชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบแนวเขตอุทยานร่วมกัน 4.ทบทวนและแก้ไข การดำเนินการตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ที่ไม่เป็นธรรมต่อวิถีชีวิตประชาชน ดังที่เครือข่ายภาคประชาชนฯมีการตั้งข้อสังเกต และนำเสนอประเด็นมาแล้วหลายครั้ง และ5.เร่งรัดให้มีมีการประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ และที่ดินปล่อยทิ้งร้าง และหาแนวทางการใช้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการเร่งด่วน
“ในวันนี้ กลุ่มเครือข่ายประชาชน สกน.และขปส.ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง จึงมีเจตนาที่จะเดินทางไปทวงสัญญากับรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง เพื่อแสดงเจตตนารมณ์ให้สังคมแลรัฐบาล โดยหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่จะคือนความสุขให้ประชาชน และหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ทางกลุ่มก็พร้อมจะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นต่อไป”นายดิเรก กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางกลุ่มฯจะเดินทางจากหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ผ่านข่วงประตูท่าแพ ก่อนจะเดินไปยังเส้นทางสายต้นยางสารภี เพื่อไปแวะพักที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน เป็นจุดแรก ก่อนจะเดินทางมุ่งสู่รัฐบาล ที่กรุงเทพฯต่อไป




