"พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ" รอง ผบ.ตร.บินด่วนตรวจสอบกรณีจน.บุกยึดไม้พะยูงแปรรูป มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ซุกวัดสว่างรัตนาราม
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.บินด่วนตรวจสอบกรณีทหารสนธิกำลังตำรวจ เเละ จนท.ป่าไม้ บุกยึดไม้พะยูง ไม้หวงห้ามแปรรูป มโหฬารมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ซุกวัดสว่างรัตนาราม บ้านหนองไฮ หมู่ที่ 2 ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดอ้างญาติโยมนำมาถวายสร้างศาลาการเปรียญ และกุฎิ
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 ธันวาคม 2558 ที่วัดสว่างรัตนาราม บ้านหนองไฮ ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. บินด่วนพร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีตำรวจทหาร จาก ร.6 พัน 2 ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อบ.14 ร่วมกันเข้าตรวจสอบภายในวัด หลังได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบ นำไม้พะยูง และไม้หวงห้าม มาทำการแปรรูป ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ของวัดสว่างรัตนาราม บ้านหนองไฮ ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวนมาก
ซึ่งจากการตรวจสอบ บริเวณวัด พบบริเวณภายในวัด พบมีกองไม้ ทั้งไม้ประดู่ ไม้พะยูง และไม้หวงห้ามจำนวนมาก ถูกนำมาวางกระจาย กองอยู่ตามมุมต่างๆ ที่ได้ทำการแปรรูปแล้วหลายขนาดจำนวนหลายร้อยแผ่น ถูกนำมาวางเรียงกันจนเต็มพื้นที่ภายในวัด นอกจากนี้ยังพบว่า ภายในศาลาและกุฏิ มีการนำอุปกรณ์แปรรูปไม้ ทั้งเลื่อยไฟฟ้า เลื่อยยนต์ มาทำการแปรรูปไม้หวงห้าม
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายธง สายสมบัติ อายุ 56 ปีและนายประยูร กาบแก้ว อายุ 48 ปี นอกจากนี้ ภายในสระน้ำขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังวัด ยังพบไม้หวงห้ามทั้งเก่าและใหม่ ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำอีกหลายร้อยแผ่น ซึ่งอยู่ในระหว่างการแปรรูปบางส่วน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบว่าห่างจากกวัดประมาณ 1 ก.ม.พบบ้านพักส่วนตัวของพระครูโอภาส รัตนาภิรมย์ อายุ 54 ปี เจ้าอาวาสวัดสว่างรัตนาราม 2 หลัง ที่สร้างด้วยไม้หวงห้ามทั้งหมด ซึ่งพระครูโอภาส รัตนาภิรมย์เจ้าอาวาสวัดสว่างรัตนาราม ชี้แจงว่า ไม้หวงห้ามที่ตรวจพบเป็นไม้ที่ญาติโยมนำมาถวาย เพื่อทำบุญในการร่วมก่อสร้างศาลาการเปรียญและสร้างกุฎิวัด
ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ในการบุกเข้าตรวจยึดไม้หวงห้ามในครั้งนี้ ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีการลักลอบนำไม้พะยูง และไม้หวงห้าม มาทำการแปรรูป ซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ของวัด จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังร่วมกันเข้าตรวจสอบพบไม้ที่แปรรูปแล้ว และที่ยังไม่แปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้หวงห้ามที่ผิดกฎหมายเกือบทั้งหมด จากการสอบถาม ทั้งเจ้าอาวาส ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีใครออกมาแสดงความเป็นเจ้าของ อ้างว่าเป็นไม้ที่ญาติโยมนำมาถวาย
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจึงได้ทำการตรวจยึดไม้หวงห้ามทั้งหมดไปเก็บรักษาที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ อบ.14 เพื่อทำการตรวจสอบและจะต้องมีการขยายผลว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นนายทุน เพื่อจะได้ดำเนินการนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





