วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สภาองค์กรชุมชน-ชาวบ้านยื่นหนังสือทวงคืนป่าโคกโจด

บุกยื่นหนังสือเร่งรัดหน่วยงานเกี่ยวข้องทวงคืนผืนป่าโคกโจดผืนสุดท้าย หลังนายทุนบุกรุกทำประโยชน์หลายพันไร่ เผยสู้ร้องเรียนมากว่า7ปี

 สภาองค์กรชุมชน ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้นำชุมชน และตัวแทนชาวบ้าน 18 หมู่บ้านในต.ร่อนทอง สุดทนได้ร่วมกันเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนผ่าน นายสมจิต พรมศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ร่อนทอง ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาเร่งรัดดำเนินการทวงคืนผืนป่าโคกโจด ซึ่งเป็นป่าชุมชนผืนสุดท้ายของตำบล และอำเภอสตึก กลับมาเป็นของชุมชนและฟื้นฟูให้มีสภาพอุดมสมบูรณ์เหมือนที่ผ่านมา หลังจากได้ร่วมกันเข้าไปสำรวจแล้วพบว่า ได้มีกลุ่มนายทุนทั้งในและนอกพื้นที่ รวมถึงชาวบ้าน เข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่า ตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อครอบครอบทำประโยชน์ส่วนตัวทั้งปลูกยางพารา มันสำปะหลัง ทั้งยังมีการติดประกาศขายด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนร่วมกันดูแลอนุรักษ์

ซึ่งที่ผ่านมา ทางสภาองค์กรชุมชน และชาวบ้านได้ร่วมกันเดินหน้าต่อสู้ร้องเรียน เพื่อปกป้องผืนป่าดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการผลักดัน ขับไล่ และเอาผิดกลุ่มผู้บุกรุกอย่างจริงจัง ปล่อยให้มีการบุกรุกแผ้วถางป่ามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าโคกโจดเพียงประมาณ 3,000 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 10,000 ไร่ หากหน่วยงานภาครัฐไม่เร่งเข้ามาดำเนินการทวงคืนผืนป่าและผลักดันขับไล่กลุ่มผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ เชื่อว่าไม่นานป่าก็จะถูกบุกรุกครอบครอง จนไม่หลงเหลือป่าชุมชนอีก

นายสมศรี ทองหล่อ ประธานสภาองค์กรชุมชนต.ร่อนทอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสภาองค์กรชุมชน และชาวบ้านได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อป้องกันผืนป่าดังกล่าว รวมถึงเข้ายื่นหนังสือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอำเภอ ป่าไม้ และทหาร แต่ก็ไม่มีการเข้ามาดำเนินการทวงคืนผืนป่าดังกล่าวอย่างจริงจัง ปัจจุบันยังมีนายทุน และชาวบ้านเข้าไปบุกรุกอย่างต่อเนื่อง จนไม่หลงเหลือสภาพป่าที่สมบูรณ์ จึงได้ร่วมกันมายื่นหนังสือนายก อบต.ในครั้งนี้ เพื่อเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทวงคืนป่ากลับมาเป็นของชุมชน และฟื้นฟูให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ต่อไป

ด้านนายสมจิต พรมศรี นายก อบต.ร่อนทอง กล่าวว่า หลังรับหนังสือร้องเรียนจากผู้นำชุมชนและตัวแทนชาวบ้าน ก็จะได้นำเรื่องเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งป่าไม้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และมณฑลทหารบกที่ 26 ให้เข้ามาดำเนินการทวงคืนผืนป่าตามที่ชาวบ้านร้องเรียน แต่หากไม่เป็นผลก็จะได้หาแนวทางถวายฎีกา เพื่อปกป้องผืนป่าโคกโจด ซึ่งเป็นป่าชุมชนผืนสุดท้ายของตำบลต่อไป