วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบโจ๋14คน ดักทำร้าย'น้า-หลาน'ดับ ชาวบ้านนับร้อยบุกโรงพัก

รวบวัยรุ่น14คน รุมทำร้ายสองน้า-หลาน ดับ2ศพ อ้างตีผิดคน ฝ่ายญาติ-ชาวบ้าน500คนนำศพใส่รถมาที่โรงพักสภ.ตากูก เรียกร้องให้ผู้ต้องหามาขอขมาศพ

ศูนย์วิทยุ ของ สภ.ตากูก ได้รับแจ้งเหตุ กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก คึกคะนองยกพวกตีกันและรุมทำร้ายชาวบ้านแสรออ ม.8 ต.ปราสาททอง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ เมื่อคืนวันที่ 13 ธ.ค. 2558 เวลา ประมาณ 03.00 น ได้เกิดเหตุ ที่บ้านตาปุด ถนนหน้า สภ.ตากูก หลัก กม.ที่ 11 จุดระหว่างร้านค้าหมู กับอู่ซ่อมรถ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย ทราบชื่อภายหลังคือ นายมวล มั่นยืน อายุ 31 ปี และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย คือ ด.ช.อนิรุตน์ บูรณ์เจริญ อายุ 14 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 2 ทั้ง 2 เป็นราษฎร หมู่ 8 บ้านแสรออ ต.ปราสาททอง อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์

ต่อมาวันที่ 14 ธ.ค 2558 เวลา 07.00 น. พ.ต.ต.สมพงษ์ วงค์อินตา สว. สภ.ตากูก (สว.สภ.ตากูก) พ.ต.ท.ถนัด ตินานพ หน. พนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน สภ.ตากูก สามารถจับกุมกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยก่อเหตุได้แล้ว 14 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน เพศชาย อายุ 14 ปี จำนวน 2 คน อายุ 17 ปี จำนวน 9 คน และอายุเกินกว่า 18 ปี อีก 3 คน เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างเหตุตีผิดคน จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตากูก ดำเนินคดีตามกฏหมาย

พ.ต.ต.สมพงษ์ วงศ์อินตา สารวัตร สภ.ตากูก พร้อมพ.ต.ต.ถนัด ตินานพ หน.พนักงานสอบสวน สภ.ตาถูก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.ตากูก เปิดเผยว่า จับกุมเยาวชนรวม 14 คน ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายนายประมวล มั่นยืน อายุ 31 ปี และเด็กชายอนิรุต บูรณ์เจริญ อายุ 14 ปี ชาวบ้านแสรออ ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์จน เสียชีวิต ในขณะเดินทางกลับจากเที่ยวงานที่บ้านฉันเพล ในตำบลเดียวกัน เมื่อเช้าตรู่วันที่ 13 ธ.ค 2558 ที่ผ่านมา ทุกคนถูกควบคุมตัว ไว้ที่ สภ.ตากูก และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำ และพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาทั้งหมด โดยมีบรรดาผู้ปกครองของเยาวชนทั้งหมด 11 คน พร้อมวัยรุ่นอีก 3 คน เดินทางมาเยี่ยม และนำอาหารมาให้ เด็กบอกว่าเกิดจากการทะเลาะกันและมาดักทำร้ายกันจนมีคนเสียชีวิต

จากนั้นในเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหา ไปทำแผนรับสารภาพ ในคดี รุ่มฆ่านายประมวล น้าชายวัย 31 กับ ด.ช.อนิรุตน์ หลานอายุ 14 ปี โดยนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนเฉพาะ นายพัฒนชัย (ทอม) ฤกษ์ดี อายุ 21 ปี และ นายประกิจ นุวัยยา อายุ 22 ปี ส่วน นายธิป (นามสมมุติ) อายุ 18 ปีเศษ เป็นเยาวชนไม่ได้นำไปทำแผนด้วย

โดยหนึ่งในจำนวนผู้ต้องหาระบุว่ารุมทำร้ายผิดคน โดยคนที่จะพากันตี คือคนที่นั่งรถจักรยานยนต์มา แล้วลากมีดสปาต้ามาตามถนน พวกตนคาดว่าจะมาทำร้ายกลุ่มของพวกตน จึงพากันดักรอ แต่คนที่ขับจักรยานยนต์ลากมีดสปาต้ามาตามถนนได้เดินทางย้อนกลับไปที่งานประจำปีที่ตำบลเมืองที ขณะที่คนตายกับหลานมาถึงที่เกิดเหตุ กลุ่มตนที่ดักรออยู่จึงได้ลงมือร่วมทำร้าย รถจักรยานยนต์ล้มลง ทำให้น้าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลานสาหัสไปเสียชีวิตที่ รพ.สุรินทร์

ขณะที่ญาติของ ด.ช.อนิรุตน์ บูรณ์เจริญ อายุ 14 ปีและชาวบ้านกว่า500คน เกิดความไม่พอใจที่ ตำรวจ สภ.ตากูก ที่แอบนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยไม่ได้แจ้งให้ทางญาติผู้เสียชีวิตทราบ จึงรวมตัวกันมาประท้วงโดยมีรถของอาสาสมัครกู้ภัยสุรินทร์ นำศพ ด.ช.อนิรุตน์ บูรณ์เจริญ มาจอดที่บริเวณด้านหน้า สภ.ตากูก เพื่อเรียกร้อง ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งให้นำผู้ต้องหา มาขอขมาศพ ผู้เสียชีวิตทั้งสองราย และจะไม่นำศพกลับบ้านหากไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง

ขณะที่ พ.ต.ท.สมพงษ์ วงศ์อินตา สารวัตร สภ.ตากูก ได้ชี้แจงกับชาวบ้านที่มาเรียกร้องให้มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพใหม่ พร้อมทั้งให้นำผู้ต้องหามาขอขมาศพผู้เสียชีวิต โดยชี้แจงว่า ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะบ่ายต้องรีบนำผู้ต้องหาส่งฝากขัง และการดำเนินการในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก็ทำไปด้วยความสุจริตใจ ถูกต้อง จึงขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะหลังจากเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 14 รายได้

อย่างไรก็ตาม บรรดาญาติๆของผู้เสียชีวิตยังไม่พากันกลับและพากันปักหลักเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามข้อร้องเรียนคือให้มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพใหม่ และให้นำผู้ต้องหามาขอขมาศพผู้เสียชีวิตทั้ง สองราย

ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.อภิชาติ แจ้งจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายสมชาย อำพันกาญจน์ นายอำเภอเขวาสินรินทร์ ได้เดินทางมาที่ สภ.ตากุก และได้เชิญญาติของผู้เสียชีวิต เข้าห้องประชุมเพื่อหาข้อสรุปในปัญหาที่เกิดขึ้น

นายสมชาย อำพันกาญจน์ นอภ. เขวาสินรินทร์ กล่าวต่อหน้าประชาชนที่มาชุมนมว่า ตนขอเอาตำแหน่งนายอำเภอเป็นประกัน และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย พร้อมอำนวยการสอบตามกระบวนการกฎหมาย ไม่ต้องห่วงว่าตำรวจจะไม่ให้ความเป็นธรรม ตนไม่รู้จักใครเพราะว่าเพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ จะติดตามและเร่งรัดคดีให้เร็วที่สุด หากชาวบ้านคิดเห็นคดียังไม่คืบหน้าและเกรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มาขับไล่ตนเองออกจากพื้นที่ได้เลย ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้าน นำศพไปประกอบพิธีตามศาสนาต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.อภิชาติ แจ้งจันทร์ รองผบก.ภ. จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าตำรวจจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ถูกต้องที่สุด เพราะคดีเกี่ยวข้องกับเด็กจะต้องมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายมาร่วมสอบปากคำเด็ก ตำรวจจะทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ส่วนการดำเนินการในเรื่องของคดีจะให้เร็วตามความต้องการของพี่น้องประชาชนนั่น ตำรวจจะทำอย่างเต็มที่ เพราะต้องทำงานร่วมกับอัยการและศาล หลายอย่างจะเอาแบบรวดเร็วตามใจก็คงไม่ได้ การที่จะให้ผู้ต้องหาไปขอขมาศพ ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็ทำไม่ได้ ส่วนเรื่องผู้ต้องหาเป็นเด็กก็มีกฎำหมายคุ้มครองเด็กอยู่ จะทำตามใจไม่ได้ แต่ยืนยันว่าตำรวจจะทำคดีนี้อย่างดีที่สุดเป็นธรรมที่สุด ขอให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจและเดินทางกลับบ้าน

หลังจากประชาชนได้รับฟังคำชี้จากนอภ. และรองผบก.ภ.จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ยังมีกำนันตำบลปราสาททองมาพูดเพื่อทำความใจกับพี่น้องประชาชน แต่กลับถูกชาวบ้านรุมด่าว่าไม่ยอมดูแลลูกบ้านให้ดีปล่อยให้มีการก่อเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนคนไทยทั้งประเทศแบบนี้ สุดท้ายญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตก็ได้ขนศพเสียชีวิตกลับไปยังบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป