"ร.อ.สมภพ" ไม่หวั่นเจอตอ ยึดหลักคสช. หลังทหารคนละสังกัด ยศ "พันโท" กร่างโทรขู่ย้าย จับพนันมวยตู้ภูเก็ต
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ทหารทัพเรือภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาลักลอบเล่นพนันและมวยตู้ ได้ผู้ต้องหา จำนวน 40 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์การเล่นไฮโล ลูกเต๋า ปืน1กระบอก และเงินสดจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดไม้แปรรูป11ท่อน ซึ่งไม่ทราบชนิดได้ บริเวณลานโล่ง ภายในซอยโคกโตนด หมู่ที่ 3 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 ธันวาคม 2558 และนำตัวนักพนันทั้งหมดส่งดำเนินคดีที่ สภ.ฉลอง หลังจากมีผู้ไม่ประสงค์ออกนามร้องเรียนผ่านทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และได้สั่งให้ทางชุดเฉพาะกิจทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเข้าทำการจับกุมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวด้วยว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวนักพนันทั้งหมดส่งดำเนินคดีที่ สภ.ฉลอง ได้มีผู้พยายามโทรศัพท์ติดต่อมาที่ ร.อ.สมภพ คำคณา หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดหนึ่งในภาคใต้ ยศพันโท และขอให้ยุติการดำเนินคดี แต่ ร.อ.สมภพ ได้ปฏิเสธที่จะพูดคุย ทำให้ชายคนดังกล่าวโมโหและด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงผ่านทางโทรศัพท์ พร้อมขู่ว่าจะเล่นงานให้ถูกย้าย ทั้งนี้ทาง ร.อ.สมภพ จึงได้บันทึกคลิปสนทนาทั้งหมดไว้ พร้อมรายงานให้นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัด ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุด วันที่ 7 ธ.ค. ร.อ.สมภพ คำคณา หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า ได้ตรวจสอบไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของชายคนที่อ้างว่าเป็นนายทหารยศพันโทดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นหมายเลขของนายทหารนายหนึ่งจริง มีอักษรย่อว่าผู้พัน ป. เป็นทหารคนละสังกัด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนได้ทำรายงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว ทั้งนี้ขั้นตอนต่อไปอยู่ที่ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาว่าจะดำเนินการอย่างไร
“ส่วนตัวในการเข้ามารับหน้าที่ดังกล่าว ได้ยึดตามแนวปฏิบัติของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ และการเข้าปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนั้น ก็เป็นเรื่องการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผ่านมาทางผู้ว่าราชการจังหวัด และได้มีการสั่งการให้ชุดเฉพาะกิจจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการสนธิกำลังกันหลายฝ่าย ไม่ได้มีเฉพาะทหารเรือเพียงฝ่ายเดียว และตนก็ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และส่วนตัวแล้วไม่ได้ต้องการมีความขัดแย้งกับใครหรือหน่วยงานใด โดยการปฏิบัติงานในพื้นที่ในช่วงที่ผ่านๆ มา มีหลายครั้งที่มีการอ้างเป็นข้าราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ข่มขู่ให้ยุติการปฏิบัติหรือการเข้าตรวจสอบกรณีพื้นที่ที่มีปัญหา แต่ด้วยไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัว และถือเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่” ร.อ.สมภพ กล่าว





