“สกล วรรณพงษ์” ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
มั่นใจไทยได้เจ้าทองอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 8 พร้อมเดินหน้าหนุน กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พิจารณาวันที่ 17 ธ.ค.นี้ เพิ่มเงินรางวัลอัดฉีดให้นักกีฬาอีก 20 เปอร์เซนต์
นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า จากการที่เดินทางไปให้กำลังใจทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยในการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่ประเทศสิงคโปร์นั้น มีความมั่นใจว่า ไทยน่าจะทวงเจ้าเหรียญทองคืนมาได้ หลังจากเสียตำแหน่งให้กับอินโดนีเซียเมื่อ 2 ปีก่อนที่ประเทศเมียนมาร์ อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องไม่ประมาทเวียดนามที่ทำผลงานอย่างโดดเด่น และสิงคโปร์ เจ้าภาพ โดย กกท.ยืนยันให้ความสำคัญกับกีฬาคนพิการ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ ได้มีการเตรียมตัวฝึกซ้อมก่อนแข่งขันแบบเต็มเวลา 4 เดือนเพื่อสร้างทีมให้แข็งแกร่งที่สุด
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีนโยบายสนับสนุนเงินรางวัลนักกีฬาอย่างเต็มที่ โดยขณะนี้กำลังหารือเพื่อดำเนินการปรับระเบียบการอุดหนุนเงินรางวัลนักกีฬาคนพิการ โดยจะมีการเพิ่มการสนับสนุนในการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลก และชิงแชมป์เอเชียด้วย แต่ต้องมีการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์ จำนวนชาติที่เข้าร่วมแข่งขันให้ชัดเจนเหมือนเช่นการแข่งขันทุกรายการ แต่สำหรับการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 8 นี้ หากนักกีฬาคนพิการไทย ได้เจ้าเหรียญทอง ก็มีแนวโน้มสูงที่รัฐบาลจะอุดหนุนเงินรางวัลเพิ่มเติมซึ่งจากเดิมเวลานี้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ให้เหรียญทอง 50,000 บาท เหรียญเงิน 30,000 บาท เหรียญทองแดง 15,000 บาทอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซนต์ทุกเหรียญเหมือนตอนที่ทัพนักกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 เคยได้รับ ซึ่งขณะนั้นเป็นนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการตอบแทนความทุ่มเทของนักกีฬาไทย
“ปัจจุบันคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการการกีฬาแห่งชาติยังไม่แต่งตั้งครบทั้งชุด จึงใช้คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวแทน โดยในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ จะมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการอุดหนุนนักกีฬาคนพิการเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ที่นำเสนอ รวมถึงการเพิ่มเงินรางวัลอาเซียนพาราเกมส์ 20 เปอร์เซนต์เป็นกรณีพิเศษอีกด้วย” นายสกล กล่าว
ในขณะที่ ผลงานนักกีฬาไทย เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ยังเดินหน้ากวาดเหรียญทองอย่างต่อเนื่อง ว่ายน้ำฟรีสไตล์ 400 เมตร หญิง คลาส S9 อัญชญา เกตุแก้ว เงือกสาววัย 17 ปี ที่คว้าไปแล้ว 2 ทอง แตะขอบสระเป็นคนแรกคว้าทองที่ 3 พร้อมทำลายสถิติด้วยเวลา 5.42.24 นาที ส่วนเหรียญเงินเป็นของ สุรีรัตน์ คำแก้ว 6.02.15 นาที ขณะที่ฟรีสไตล์ 200 เมตรชาย คลาส S4 สมชาย ดวงแก้ว ฉลามหนุ่มตัวเก่งนำม้วนเดียวจบคว้าทองด้วยเวลา 3.57.45 นาที
กรีฑา กระโดดไกล คลาส F42 ธวัชชัย โมระพัฒน์ 5.12 เมตร คว้าทองพร้อมทำลายสถิติ, พุ่งแหลนชาย คลาส F46 อังคาร ชะนะบุญ 49.60 เมตร คว้าทอง, วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตร คลาส T53 พงศกร แปยอ คว้าเหรียญทองที่ 2 ของตัวเอง สถิติ 15.67 วินาที โดย พงศกรยังมีลุ้นอีก 2 ทองจากวีลแชร์เรซซิ่ง 200 เมตร, 400 เมตร
ยิงปืน ไทยเก็บเพิ่มอีก 2 ทองจาก ประเภทปืนยาวอัดลมสตรีท่ายืน คลาส SH 1 ชุติมา แสนหล้า ทำ 204.3 คะแนน (ทำลายสถิติไฟนัล) และประเภทปืนสั้นอัดลมสตรี คลาส SH 1 สมพร ม่วงศิริ ทำได้ 189.1 คะแนน (ทำลายสถิติไฟนัล)
โบว์ลิ่ง คว้าอีก 1 ทองจากประเภทชายคู่ คลาส TPB 10 ชัยวัฒน์ อาชาทองคำ จับคู่กับ ไรวินทร์ พิสิษฐ์ธนากุล ช่วยกันทำได้ 2,153 คะแนน
ยกน้ำหนัก รุ่น 54 กก. ชาย ชูชาติ สุขเจริญ เจ้าของเหรียญเงินพาราลิมปิกเกมส์ 2012 ทำสถิติได้ 150 กก. คว้าเหรียญเงินรุ่น 52 กก. ส่วน อมรเทพ ป้องเศร้า ได้ทองแดง ทำได้ 123 กก., รุ่น 49 กก. ชาย แคล้ว โหมดนอก ทำ 110 กก. ได้เหรียญทองแดง
ทีมฟุตบอล 7 คน พิการทางสมอง รอบแรก นัดที่ 2 ทีมนักเตะไทย ที่นัดแรกถล่ม มาเลเซีย 6-1 ลงเตะนัดที่สอง ชนะ อินโดนีเซีย 5-0 เก็บชัยชนะ 2 นัดติดต่อกัน นัดต่อไปพบกับ สิงคโปร์ ในวันที่ 6 ธันวาคม
ทั้งนี้ ช่วงค่ำวันเดียวกันทัพนักกีฬาไทยนำโดย นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวกันที่โรงแรมมารีน่า เบย์ เพื่อร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม





