“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กำลังคึกหลังจากชนะมา 4 เกมรวด
พร้อมมีลุ้นได้ตัว “คูตี” ฟิลิปเป คูตินโญ คืนทัพนัดบุกรัง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ในพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ด้านเจ้าถิ่น ร่อแร่ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม ผู้เล่นชุดใหญ่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้าเจ็บ
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดซันเดย์ไนท์ วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคมนี้ มีเพียงคู่เดียว ระหว่าง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่มี 10 แต้ม อยู่อันดับ 19 รองบ๊วย จะเปิดสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค รอรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 6 ที่มี 23 แต้ม เวลา 23.00 น.
ก่อนเกมนี้ นิวคาสเซิล ของผู้จัดการทีม สตีฟ แม็คคลาเรน พ่ายมา 2 นัดรวดในลีก โดยเฉพาะเกมล่าสุดออกไปโดน “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ ถลุง 5-1 ขณะที่ผลงานในการเล่นเป็นทีมเหย้า 7 นัด ชนะเพียงหนเดียว ที่ถล่ม “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช 6-2 เมื่อวันที่วันที่ 18 ตุลาคม 2 หลังจากนั้นอีก 2 เกมเหย้า ยังยิงประตูไม่ได้เลย
สำหรับสภาพทีมไม่ค่อยดีนัก เมื่อจะมีกลุ่มผู้เล่นที่เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้วบวกกับที่เจ็บเพิ่มรวมแล้วถึง 10 คน ได้แก่ เอมมานูเอล ริวิแยร์ กองหน้า, อารอนส์ โรลันโด กับ กาเบรียล โอแบร์ตอง สองปีก, ชีค ติโอเต กองกลางตัวตัดเกม, มัสซาดิโอ ไฮดารา แบ็กซ้าย, สตีเวน เทย์เลอร์ กองหลังสารพัดประโยชน์, ไมค์ วิลเลียมสัน, เคอร์ติส กูด กับ จามาล ลาสเซลเลส สามเซ็นเตอร์แบ็ก และ ทิม ครูล ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง
สำหรับผู้เล่นตัวจริง 11 คนแรก ที่คาดว่าจะลงสนามในระบบ 4-2-3-1 จึงไม่น่าจะมีการปรับทีมจากนัดก่อนมากนัก เพราะผู้เล่นที่เหลืออยู่ถือว่าดีที่สุดในมือแล้ว โดยผู้รักษาประตู จะเป็น โรเบิร์ต เอลเลียต ส่วนแผงแบ็กโฟร์ จะให้ ฟาบริซิโอ โคลอคชินี ยืนเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับ ชานเซล เอ็มเบมบา ส่วนแบ็กซ้าย-ขวาเป็น พอล ดัมเมตต์ กับ ดาริล ยานมาท สำหรับมิดฟิลด์คู่กลางจะใช้ แจ็ค โคลแบ็ก กับ เวอร์นอน อนิตา โดยมีสามกองกลางตัวรุกเป็น อโยเซ เปเรซ, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม และ มุสซา ซิสโซโก ขณะที่กองหน้าตัวจบสกอร์เป็น ปาปิสส์ ซิสเซ
ฝั่ง ลิเวอร์พูล ถือว่าอยู่ในช่วงมั่นใจเพราะนับตั้งแต่ เจอร์เกน คลอปป์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ เมื่อกลางเดือนตุลาคม นำลูกทีมลงสนาม 11 นัดรวมทุกถ้วย แพ้เพียงเกมเดียว โดย 4 นัดหลังสุดรวมทุกถ้วยชนะรวด ซึ่งนัดล่าสุด บุกชนะ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน 6-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แคปิตอลวัน คัพส่วนพรีเมียร์ลีก เปิดบ้านชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี 1-0
สำหรับสภาพทีมจะไม่มี เอ็มเร ชาน มิดฟิลด์ตัวกลาง ที่ติดโทษแบน และพวกที่เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้ว 4 คน ได้แก่ แดนนี อิงค์ส กองหน้า, จอน ฟลานาแกน ฟูลแบ็ก, มามาดู ซาโก เซ็นเตอร์แบ็ก, โจ โกเมซ กองหลังสารพัดประโยชน์ ซึ่งไม่มีผลกับการจัดทีมในช่วงนี้ อีกทั้งยังมีข่าวดีมีลุ้นได้ตัว ฟิลิปเป คูตินโญ กองกลางตัวรุก เช่นเดียวกับ จอร์แดน รอสซิเตอร์ มิดฟิลด์ตัวกลางดาวรุ่ง รวมทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมกลับมาเล่นได้แล้ว
ดังนั้นการจัดตัวผู้เล่น 11 คนแรก ที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง ในระบบการเล่น 4-2-3-1 ผู้รักษาประตูจะเป็น ซิมง มิโญเลต์ ส่วนแผงแบ็กโฟร์ จะที่วาง มาร์ติน สเคอร์เทล กับ เดยัน ลอฟเรน เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ก ขณะที่แบ็กซ้าย-ขวาเป็น อัลแบร์โต โมเรโน กับ นาธาเนียล ไคลน์ สำหรับมิดฟิลด์คู่กลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม จับคู่กับ เจมส์ มิลเนอร์ ขณะที่ 3 กองกลางตัวรุกเป็น อดัม ลัลลานา, ฟิลิปเป คูตินโญ กับ โรแบร์โต ฟีร์มิโน แต่หาก คูตินโญ ไม่พร้อม ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ จะลงมาเป็นกองหน้าตัวริมเส้น โดยให้ คริสเตียน เบนเทเก เป็นกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วนผลงานที่พบกันเมื่อฤดูกาลก่อน ต่างฝ่ายผลัดกันชนะเกมศูนย์ในนัดเหย้าของตัวเอง โดย ลิเวอร์พูล ชนะ 2-0 ที่แอนฟิลด์ และนิวคาสเซิล ขนะ 1-0 ทว่าหากนับผลงานรวมทั้งหมด 169 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 81 ครั้ง นิวคาสเซิล ชนะ 48 ครั้ง และที่เหลืออีก 40 ครั้งเสมอกัน





