ป.ป.ช.-สตง.ป้องปรามการทุจริตโครงการตำบลละ 5 ล้าน สั่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ถกเครียดการจัดซื้อจัดจ้าง
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายมงคล สาริสุต ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท มีนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน จาก 2 อำเภอ คือ อ.โชคชัยและอ.หนองบุญมาก ร่วมประชุมรับฟังคำชี้แจงกว่า 500 คน
นายวิเชียร กล่าวว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางอนุมัติงบประมาณโครงการตำบลละ 5 ล้าน ให้จังหวัดนครราชสีมาแล้ว 7 อำเภอ เพื่อเป็นการติดตามและป้องปรามการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ให้เกิดขึ้น จึงประชุมชี้แจง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงาน จากการพูดคุย พบมีปัญหาเรื่องการจ้างเหมา โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เสนอความคิดเห็นว่า ต้องการจ้างเหมาชาวบ้าน เพื่อให้เงินกระจายอยู่กับคนในหมู่บ้าน แต่ข้อเสนอขัดกับระเบียบพัสดุของราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง ที่ต้องทำสัญญากับผู้ที่จดทะเบียนบริษัท หรือห้างร้าน ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการเท่านั้น จึงต้องยึดระเบียบนี้เป็นหลัก ดังนั้นหากจะให้เงินกระจายอยู่ในพื้นที่ ต้องทำข้อตกลงเพื่อกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องจ้างแรงงาน หรือซื้อวัสดุในพื้นที่
"แต่บางพื้นที่มีแต่ผู้สูงอายุ เพราะวัยแรงงานมาทำงานในตัวเมืองกันหมด จึงขอให้อยู่ในดุลพินิจของนายอำเภอว่าจะให้ว่าจ้างแรงงานในพื้นที่ในสัดส่วนเท่าใด เพื่อให้มีความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการกำหนดราคากลาง ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็มีราคาที่แตกต่างกัน อาจจะทำให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ จึงตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางขึ้นทุกอำเภอ เพื่อกำหนดราคากลางให้มีมาตรฐานเท่ากัน"นายวิเชียร กล่าว
สำหรับโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้าน จังหวัดนครราชสีมา เสนอโครงการ 32 อำเภอ 289 ตำบล 4,568 โครงการ เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 1,000 ล้านบาท จำแนกออกเป็นโครงการที่ไปดำเนินการเอง 1,295 โครงการ ใช้งบประมาณกว่า 357 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 และโครงการที่ไปจ้างเหมา 3,273 โครงการ ใช้งบประมาณกว่า 1,086 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 75 ขณะนี้กรมบัญชีกลางอนุมัติงบประมาณแล้ว 7 อำเภอ คือ อ.ชุมพวง อ.ประทาย อ.เทพารักษ์ อ.ปักธงชัย อ.เสิงสาง อ.ครบุรี และอ.พิมาย รวม 1,085 โครงการ งบประมาณกว่า 328 ล้านบาท เหลือโครงการที่รอพิจารณาอนุมัติ 3,483 โครงการ เป็นจำนวนเงินกว่า 1,100 ล้านบาท





