กทม.เร่งแผนงาน "ปั่นเพื่อพ่อ" 11 ธ.ค. ปรับปรุงเส้นทางคืบหน้า70% เล็งติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติ-ซีซีทีวีเพิ่ม
นางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะรองโฆษกกทม. กล่าวถึงผลการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ครั้งที่ 33/2558 ว่า ในที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการตามภารกิจที่กทม.ได้รับมอบหมายในกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธ.ค.2558 “ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad” วันที่ 11 ธ.ค. เวลา 15.00 น. ได้แก่ การปรับปรุงด้านกายภาพ ปรับผิวจราจรเส้นทางกิจกรรม รวมถึงปรับภูมิทัศน์ตลอดสองข้างทางให้สวยงาม สมพระเกียรติ คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อน 25 พ.ย.นี้ ส่วนการปรับผิวจราจรเส้นทางที่ขบวนจักรยานผ่าน จำนวน 15 เส้นทาง สำนักการโยธา ดำเนินการ แล้วเสร็จกว่าร้อยละ 74 และจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 20 พ.ย. ขณะเดียวกันสำนักการจราจรและขนส่งได้เริ่มตีเส้นจราจรคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 30
นางเบญทราย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดจุดรองรับนักปั่นเพิ่มเติมอีก 6 เส้นทาง ซึ่งสำนักการโยธา กทม. ได้สำรวจพื้นที่เพื่อปรับปรุงผิวจราจรเพิ่มเติมต่อไป ในส่วนของการปรับภูมิทัศน์บริเวณ 2 ฝั่งของเส้นทาง อาทิ การซ่อมทางเท้า คันหิน และคอกต้นไม้ การตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณสองข้างทางที่บดบังทัศนียภาพตลอดเส้นทาง ทางสำนักงานเขตพื้นที่ได้ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 70 นอกจากนี้กทม.ได้ติดตั้งซุ้มเฉลิมพระเกียรติบริเวณพระลานพระราชวังดุสิตจำนวน 4 ซุ้มด้วย ขณะที่การตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่มีอยู่แล้วจำนวน 1,013 ตัว กทม. ได้ตรวจสอบและปรับมุมกล้องให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัยจะมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพิ่มเติม ตามเส้นทางกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ อีก 50 ตัว และติดตั้งเพิ่มเติมภายในจุดประทับพักที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกจำนวน 8 ตัว
“สำหรับวันที่ 28-29 พ.ย. จะมีพิธีรับมอบเสื้อพระราชทานของประชาชนทั่วไป ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมรับเสื้อพระราชทานของประชาชนทั่วไป ได้ขอรับการสนับสนุนจากกทม.ในการจัดพิธีรับมอบเสื้อพระราชทาน ดังนี้ สนับสนุนแผงเหล็ก จำนวน 500 แผง เพื่อใช้กั้นพื้นที่ในบริเวณจัดพิธีฯ จัดรถสุขาเคลื่อนที่ จำนวน 10 คัน บริการผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณพิธีฯ รวมถึงเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลกลางรองรับผู้ป่วยหากเกิดเหตุฉุกเฉิน” นางเบญทราย กล่าว





